2.ปัญหาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของประเทศ โดยเฉพาะงบปี 2570 น่ากลัวกว่าที่คิด
- มีเงินสำหรับงบกลางน้อยมาก
- ภัยพิบัติเกิดเยอะ เรื่องไม่คาดฝันเกิดบ่อย เช่น สงครามกัมพูชา น้ำท่วมหาดใหญ่ ฯลฯ
**รัฐบาลไม่มีงบกลางเหลือพอสำหรับใช้จ่าย
3.ปัญหาใหญ่กว่าขยายเพดานหนี้ คือไม่มีงบลงทุน
- ปัจจุบันจ่ายต้นเงินกู้ และดอกเบี้ย ชนเพดานที่กำหนดในกฎหมายแล้ว
- จริงๆ ต้องเก็บภาษีเพิ่ม มิฉะนั้นอีก 1-2 ปีข้างหน้า จะไม่มีงบลงทุนเหลือ และกระทบเศรษฐกิจหนักกว่านี้
4.แนวทางที่เสนอ และทำง่ายที่สุด คือ “หวยใบเสร็จ”
- ไม่ต้องขึ้นภาษีทางตรงกับประชาชน และใช้การขยายฐานภาษีผ่าน “หวยใบเสร็จ”
5.ไม่เห็นด้วยกับโครงการแจกเงิน
- ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะประชาชนจะนำเงินที่รัฐแจกไปใช้จ่าย หรือใช้หนี้ ส่วนเงินของตัวเองเก็บไว้
- ไม่เพิ่มตัวคูณทางเศรษฐกิจ และไม่ทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจหลายรอบตามที่กล่าวอ้าง
- คนได้ประโยชน์ที่แท้จริง คือ ทุนใหญ่ค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อของทุนใหญ่
6.โครงการคนละครึ่งพลัส ดีกว่า ดิจิทัล วอลเล็ต แต่ก็ยังไม่เห็นด้วย เพราะยังผิดทาง เนื่องจากไปกระตุ้นฝั่งการบริโภค ไม่ช่วยภาคการผลิต จึงเป็นการช่วยปลายเหตุ
- คนละครึ่งพลัส ยังดึงเงินจากประชาชนมาใช้บ้าง แต่ถ้าประชาชนไม่มีงานทำ ก็ไม่ช่วยอะไร
- สร้างงานให้ประชาชนดีกว่า จะทำให้เกิดการใช้จ่ายพุ่งขึ้นมาก ถ้าคนมีงานทำ
7.เสนอให้นำเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปช่วยภาคการผลิต
- เลือกเซคเตอร์ที่จะช่วย เพื่อให้มีผลโดยตรงกับชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น อุดหนุนภาคการผลิตพลาสติก
- ช่วยต้นน้ำแล้ว (การผลิตพลาสติก) สามารถควบคุมราคาขายสินค้ากลางน้ำได้ (ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้พลาสติกเป็นส่วนผสม หรือใช้เป็นบรรจุภัณฑ์)
- กระทรวงพาณิชย์เจรจา และควบคุมราคาได้ ไม่ให้ราคาพุ่งสูง หรือตรึงราคาช่วยผู้บริโภคได้ ไม่ให้ราคาพุ่งตามราคาน้ำมัน
- หรือการอุดหนุนภาคขนส่งให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมายังอุดหนุนน้อยเกินไป เพราะภาคขนส่งเป็นต้นทุนการผลิตทุกอย่าง
- เมื่ออุดหนุนภาคการผลิต จะทำให้เกิดการจ้างงาน และดันเพิ่มการบริโภคขึ้นเอง โดยไม่ต้องแจกเงิน
โยนหิน? กู้ 5 แสนล้าน รัฐบาล(สู้)ถังแตก!
// ที่มา..ที่ไป //
- จู่ๆ คนในรัฐบาล ระดับ “รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย” ออกมาส่งสัญญาณเตรียมออก พ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน
**สื่อธุรกิจอันดับ 1 อย่าง “กรุงเทพธุรกิจ” พาดหัวว่า “กู้ฉุกเฉิน 5 แสนล้าน”
- เตรียมขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% ของจีดีพี เป็น 75% หรือมากกวานั้น
- เหตุผล คือเตรียมรับความผันผวนทางเศรษฐกิจจากสงคราม / ราคาพลังงาน
// คำถาม..ความข้องใจ //
- จำเป็นเร่งด่วนจนต้องออก พ.ร.ก.จริงหรือไม่?
- ส่อขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะโดนนิติสงครามหรือเปล่า?
- ยอด 5 แสนล้าน รวม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันกองทุนน้ำมัน แล้วหรือยัง?
- มีแผนการใช้เงินให้คุ้มค่ากับการก่อหนี้อย่างไร?
- เสี่ยงถูกสถาบันจัดอันดับ ลดเครดิตประเทศ เสียหายหนักกว่าหรือไม่?
- เหตุใดไม่พิจาณาขึ้นภาษี ขยายฐานภาษี หรือเพิ่มช่องทางการเก็บภาษี ตามที่ กมธ.การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เสนอรายงานการศึษา “แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย”
- สว.กับรัฐบาล แบ่งบทกันเล่น เพื่อหาความชอบธรรมในการกู้เพิ่ม ขยายเพดานหนี้หรือไม่? เพราะประชาชนย่อมไม่อยากเสียภาษีเพิ่ม
// คำตอบ...ที่ยังไม่ใช่สุดท้าย //
1.ประเด็นต้นตอข่าวจากรัฐบาล ผิดคิว หรือโยนหินถามทาง
- รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีเรื่องนี้เข้า ครม.วันนี้
- อ้างแค่อธิบายข้อกฎหมาย ถามมาก็ตอบไป แต่มีบางคนนำไปตัดตอนพาดหัวข่าว ซึ่งไม่ดีกับบ้านเมือง
- ย้ำว่าแค่เล่าข้อกฎหมายให้สื่อฟัง ไม่ได้เน้นการเมือง
ข้อสังเกต : ตัวเลข 500,000 ล้านมาจากไหน, เรื่องเหตุผลความจำเป็นที่มีการอธิบาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจผันผวนหลังสงคราม และราคาพลังงานที่พุ่งสูง เหตุใดจึงถูกนำมาให้สัมภาษณ์ หากไม่มีแนวคิดออก พ.ร.ก.กู้เงิน มาก่อนเลย
2.แกนนำรัฐบาลคนอื่นๆ ไม่ได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
- รมต.ภราดร ปริศนานันทกุล บอกว่า ภาพใหญ่ยังไม่ได้หารือกัน แต่เป็นช่องทางที่ทำได้
- ย้ำว่าประชุม ครม. 21 เม.ย.ไม่มีเรื่องนี้ เพราะต้องเข้า ครม.เศรษฐกิจ ให้จบก่อน/
3.เข้าเงื่อนไข “จำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่
ชำแหละเงื่อนไข มาตรา 172
- ตาม พ.ร.ก.ต้องเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ
- กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
- ต้องเสนอ พ.ร.ก.ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาในการประชุมคราวต่อไปโดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุม ให้เปิดสมัยวิสามัญฯ
4.ฝุ่นตลบ “กู้-ไม่กู้”
OO รองนายกฯ เอกนิติ OO
**ออกแนว “แบ่งรับแบ่งสู้”
- อยู่ระหว่างการพิจารณาความจำเป็น และข้อกฎหมาย โดยหารือกับรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย
- นโยบายนายกฯคือ ให้ตัดลดงบปี 70 ที่ไม่จำเป็นก่อน แล้วนำเม็ดเงินมาช่วยเหลือประชาชน ก่อนนำไปพิจารณารวมกับแผนกู้เงิน
- ถ้าจะกู้ ต้องชัด่วากู้ไปทำอะไร
ตัวอย่าง : กู้ไปดูแลกลุ่มเปราะบาง, กู้ไปทำ Transition ช่วยคนให้เปลี่ยนผ่าน เช่น เปลี่ยนผ่านจากพึ่งพาน้ำมันและก๊าซมากเกินไป
- เพดานหนี้ตามกรอบกฎหมายเดิม 70% ยังมีช่องว่าง 4% หรือราวๆ 8 แสนล้านบาท
**หากประเมินแล้วความต้องการใช้เงินกู้ไม่ถึง 8 แสนล้าน ก็ยังไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ
OO นายกฯอนุทิน OO
- โยนให้ รองนายกฯ เอกนิติ ชี้แจง เพราะมีข้อมูลทั้งหมด
- ตอบเชิงหลักการ “ ในหลักการอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่ทำให้พวกเขาอยู่แล้ว“
ข้อสังเกต : แปลว่าไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงใช่หรือไม่
5.ผลต่อสถาบันจัดอันดับเครดิต
- ล่าสุด “มูดี้ส์” แม้จะคงเครดิตในระดับเดิม แต่ก็ “ปรับเพิ่ม” อันดับความน่าเชื่อถือของไทยเป็น “มีเสถียรภาพ”
**เดิมเป็น “เชิงลบ”
- อันดับเครดิต ยังอยู่ที่ BAA1
- เหตุผล คือ ไทยคลายแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
- แม้ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงคราม ซึ่งจะกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่ระดับความเสี่ยงของไทยยังอยู่ใกล้เคียงกับประเทืศทีมีอันดับเครดิตเท่าๆ กัน
- รองนายกฯ เอกนิติ เด้งรับ!
1.พื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง
2.แนววทางนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ถือว่า “มาถูกทาง”
3.มุ่งดูแลเศรษฐกิจและประชาชนในระยะสั้นอย่างมุ่งเป้า ควบคู่กับการเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว
ข้อสังเกตุ : ความเคลื่อนไหวทั้งหมด ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะไม่กู้ 500,000 ล้าน เพราะปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลให้รัฐบาลกู้เงินมาเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นได้ เพราะสถานการณ์แวดล้อมอื่นๆ ยังคลุมเครือ
1.การตั้งกรอบงบประมาณปี 2570 ยังถูกบีบรัด และยังมีประเด็นเรื่องภาระของหน่วยงานจัดเก็บรายได้
- มีโค้ดคำพูดของ ผอ.สำนักงบประมาณ
2.ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายเรียกร้องอย่างหนัก ในช่วงวิกฤตน้ำมันราคาพุ่ง
3.มีเสียงบ่นเรื่อง “คืนภาษีล่าช้า” เหมือนดึงเงินเอาไว้ ไม่ปล่อยออกมา หรือไม่มีเงินพร้อมปล่อย
4.เข้มการเก็บภาษีทุกประเภท ทำให้มีกระแสการปลูกต้นไม้ในที่ดินรกร้างทั่วประเทศ
5.โครงการประชานิยมเริ่มตึงตัว และดึงช้า
- คนละครึ่งพลัส ที่เปลี่ยนชื่อเป็น “ไทยช่วยไทย” ยังไม่ถูกส่งเข้า ครม. ทั้งๆ ที่เป็นนโยบายเรือธง
- มีแนวโน้มแบ่งเฟสการแจก “คนละครึ่ง” ทยอยใช้งบกลาง รอบแรก 20,000 ล้าน
#กู้เงิน5แสนล้าน #เพดานหนี้สาธารณะ #เศรษฐกิจไทย #รัฐบาลถังแตก #คนละครึ่งพลัส #ไทยช่วยไทย #หวยใบเสร็จ #งบประมาณ2570 #ข่าวเศรษฐกิจ #อนุทิน #เอกนิติ #รุ่งเรืองพิทยศิริ #Moody’s