รออ่วมได้เลย! "ทรัมป์" อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี!
22 มี.ค. 2569
รออ่วมได้เลย! "ทรัมป์" อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี! เตือน "รัฐบาลภูมิใจไทย" อย่าแค่ "ขายผ้าเอาหน้ารอด" เศรษฐกิจไทยเสี่ยงพังยิ่งกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ข่าว
22 มี.ค. 2569
รออ่วมได้เลย! "ทรัมป์" อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี! เตือน "รัฐบาลภูมิใจไทย" อย่าแค่ "ขายผ้าเอาหน้ารอด" เศรษฐกิจไทยเสี่ยงพังยิ่งกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
22 มีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา ประเมินสถานการณ์สงครามระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จากมุมมองฝั่งอเมริกัน อย่างน่าสนใจ
1. สถานการณ์สงคราม
อาจารย์กฤษฎา บอกว่า แม้สหรัฐฯจะถอนตัว หรือประกาศชัยชนะ แล้วชิงถอนตัวในเร็วๆ นี้ตามการคาดการณ์ของหลายฝ่าย แต่เชื่อได้เลยว่าการสู้รบจะไม่จบลง
อาจารย์ขยายความว่า สหรัฐฯ และทรัมป์มีแรงกดดันทางการเมืองภายในอย่างหนัก ทำให้ทรัมป์อาจต้องถอนตัวหรือลดบทบาทของสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่านอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสงครามจะหยุดลง สาเหตุเป็นเพราะคู่ขัดแย้งหลักไม่ยอมเลิก กล่าวคือ
อิสราเอล มองว่าเป็น "โอกาสทอง" ในการทำลายอิหร่านให้ยับเยินที่สุด และกำลังขยายวงไปถล่มภาคใต้ของเลบานอน
ฝั่งอิหร่าน ประกาศว่านี่คือ "สงครามครั้งสุดท้าย" และตั้งใจจะทำให้โลกต้อง "เจ็บปวด" ทางเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอดของระบอบตนเอง
2. การประเมินระยะเวลาของสงคราม
อาจารย์กฤษฎา ให้ข้อมูลว่า นักวิเคราะห์และธนาคารยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทประเมินว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี เป็นอย่างน้อย
3. วิกฤตพลังงานโลก
- มีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 140 - 160 เหรียญต่อบาร์เรล
- การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินต่อไป เพราะอิหร่านใช้การควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันเป็นอำนาจต่อรองสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลกอย่างรุนแรง
ส่่วนผลกระทบต่อประเทศไทย อาจารย์กฤษฎา มองเอาไว้หลายมุม กล่าวคือ
- ภาพรวมของเศรษฐกิจ วิกฤตครั้งนี้จะหนักกว่าปี 2551 ซึ่งมี “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” หรือ วิกฤตซับไพรม์ / เพราะไทยมีหนี้สาธารณะสูงถึง 65% จากเดิมอยู่ที่ 30-40% และค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปถึง 36-37 บาทต่อดอลลาร์
- จากโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทยตอนนี้ จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูง โดยเฉพาะไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 50% เมื่อเกิดปัญหาต้องไปซื้อจากแหล่งอื่นที่ไกลกว่า ทำให้ค่าขนส่งและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมาก
อาจารย์มีข้อเสนอต่อรัฐบาลคุณอนุทิน ดังนี้
1.รัฐบาลไม่ควรแก้แค่ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการ "จับไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน" แต่ต้องปรับปรุง โครงสร้างพลังงาน ด้วยการ
- สร้างคลังน้ำมันสำรองของรัฐ เพราะรัฐบาลต้องเป็นเจ้าของและควบคุมคลังน้ำมันสำเร็จรูป 100% ไม่ใช่ให้เอกชนคุมทั้งหมดเหมือนปัจจุบัน
- ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบสต็อกน้ำมัน ซึ่งเป็นโมเดลของอินโดนีเซีย ที่ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบปริมาณน้ำมันในทุกปั๊มแบบ Real- time เพื่อป้องกันการขาดแคลนและการหลอกลวง
- นอกจากนั้นควรใช้แนวทางของมาเลเซีย ในการจัดลำดับว่าอุตสาหกรรมใดจำเป็นต้องได้รับน้ำมันก่อนหากเกิดการขาดแคลน แทนที่จะอุดหนุนแบบเหมาเข่งซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก
- ส่วนระยะกลางและระยะยาว เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน โดยต้องเปลี่ยนทัศนคติของทุกฝ่ายว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็น "ความอยู่รอดทางความมั่นคง" ที่ต้องทำทันทีเพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิล
พร้อมย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด และไทยต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วนที่สุด
