G7 ขู่ใช้มาตรการเด็ดขาด! ป้องช่องแคบฮอร์มุซ-คลังพลังงานโลก
22 มี.ค. 2569
รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 แถลงการณ์ร่วมประณามอิหร่านถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ลั่นพร้อมใช้ทุกมาตรการจำเป็นเพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าว
22 มี.ค. 2569
รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 แถลงการณ์ร่วมประณามอิหร่านถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ลั่นพร้อมใช้ทุกมาตรการจำเป็นเพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ
รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศ G7 (แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันความพร้อมที่จะดำเนิน "มาตรการที่จำเป็น" เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงานโลก และคุ้มครองความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือทางทะเล โดยเฉพาะใน ช่องแคบฮอร์มุซ ที่ถูกปิดกั้นมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม
แถลงการณ์ระบุถึงการประณามอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดต่อเหตุการณ์ระดมยิงขีปนาวุธถล่มคลังน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในหลายประเทศ ทั้งบาห์เรน, คูเวต, โอมาน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, จอร์แดน และอิรัก โดย G7 เรียกร้องให้อิหร่านหยุดพฤติกรรม "ที่ไร้ความรับผิดชอบ" และ "บ่อนทำลายความมั่นคง" ในทันที พร้อมยืนยันสิทธิของประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายในการป้องกันตนเอง
นอกจากประเด็นพลังงาน G7 ยังย้ำจุดยืนเดิมว่าเตหะรานจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องยุติโครงการขีปนาวุธนำวิถีรวมถึงกิจกรรมที่สร้างความไม่มั่นคงทั่วภูมิภาค ทั้งนี้ ความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,400 ราย รวมถึงอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคิดเป็น 20% ของการค้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลก การหยุดชะงักที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง G7 ระบุว่าพร้อมจะสนับสนุนการระบายน้ำมันสำรองจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพิ่มเติมหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
