svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : เมื่อไฟสงครามลามถึงหน้าปั๊ม รัฐควรปรับยุทธศาสตร์ก้าวข้ามวิกฤตอย่างไร?

22 มี.ค. 2569

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรถยนต์ที่ต่อคิวกันยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมัน และสถานีบริการขนาดเล็กบางแห่งที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราว กลายเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่เดินทางมาถึงประเทศไทยในเวลานี้

การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและการจำกัดปริมาณการเติม ถือเป็นสถานการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและควรนำมาตั้งข้อสังเกตผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

ท่ามกลางคำยืนยันจากภาครัฐว่าเรามีน้ำมันสำรองเพียงพอ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ... เหตุใดภาพความจริงหน้าสถานีบริการจึงดูสวนทางกัน?

🔵 [การสื่อสารในภาวะวิกฤต และข้อเท็จจริงเรื่องการกระจายทรัพยากร]


ภาครัฐได้ออกมาระบุอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานมากกว่า 100 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มุ่งหวังให้เกิดความอุ่นใจ แต่ในทางปฏิบัติ การที่หลายปั๊มต้องออกมาตรการจำกัดการเติมน้ำมันเพียงคันละ 500 ถึง 1,000 บาท กลับสร้างความสับสน

ในประเด็นนี้ คุณนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับ Nation Live Talk ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งของการสื่อสารในภาวะวิกฤตไว้อย่างน่าสนใจว่า


"การประกาศว่ามีน้ำมันแต่กลับจำกัดการเติม ถือเป็นความล้มเหลวทางจิตวิทยาในการบริหารงาน เพราะเป็นการส่งสัญญาณที่สร้างความตื่นตระหนก (Panic) ให้กับสังคม สำหรับรถบรรทุกที่ต้องวิ่งส่งของข้ามจังหวัด การเติมน้ำมันได้เพียง 1,000 บาทนั้นไม่สามารถทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ หากมีน้ำมันจริง ประชาชนก็ควรจะเติมได้ตามความต้องการ"

นอกจากนี้ คุณนันทิวัฒน์ยังชี้ให้เห็นว่า การมองว่าปัญหาเกิดจาก "ประชาชนกักตุน" อาจเป็นเพียงภาพสะท้อนบางส่วน เพราะศักยภาพในการสำรองน้ำมันของภาคครัวเรือนนั้นมีจำกัดเพียงแกลลอนขนาด 5-20 ลิตรเท่านั้น สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบอย่างแท้จริงคือ "คลังน้ำมัน" ของบริษัทต่างๆ ว่ามีการบริหารจัดการรอบการวิ่งของรถบรรทุกที่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่ประชาชนผู้บริโภค

เมื่อการบริหารจัดการหน้าปั๊มและคลังน้ำมันกลายเป็นประเด็นเร่งด่วน อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในวงกว้างคือ... โครงสร้างราคาที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างเป็นธรรมแล้วหรือยัง?

🔵 [โครงสร้างราคา การอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ และแหล่งพลังงานใหม่]


ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นทำให้หลายภาคส่วนเริ่มกลับมาทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย คุณนันทิวัฒน์ได้ให้ความเห็นเชิงลึกถึงความจำเป็นในการทบทวนการ "อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์"


"ปัจจุบันไทยมีโรงกลั่นที่ทันสมัยและกลั่นใช้เองภายในประเทศ การอิงราคาสิงคโปร์ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าบริหารจัดการที่ถูกบวกเพิ่มเข้าไปแบบ 'ทิพย์' ทั้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในขณะที่ประชาชนแบกภาระ โรงกลั่นกลับมีรายได้จากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นมหาศาล"


ควบคู่ไปกับปัญหาโครงสร้างราคา คุณนันทิวัฒน์ยังเสนอแนะให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจาหาแหล่งน้ำมันทางเลือกใหม่ เช่น รัสเซีย คาซัคสถาน หรืออิหร่าน (ผ่านการชำระด้วยเงินหยวน) แม้จะมีข้อท้วงติงจากฝั่งโรงกลั่นว่าน้ำมันจากแหล่งอื่นอาจมีสารตกค้างสูงและกลั่นยาก แต่อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองฯ มองว่า ด้วยศักยภาพของวิศวกรไทยและเม็ดเงินกำไรของโรงกลั่น การปรับปรุงกระบวนการกลั่นย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง

จากข้อเสนอทั้งหมด ทั้งเรื่องโครงสร้างและแหล่งพลังงานใหม่ นำมาสู่คำถามที่ท้าทายที่สุดในเวลานี้ว่า... รัฐบาลควรพิจารณาใช้ "มาตรการขั้นเด็ดขาด" เพื่อกู้วิกฤตครั้งนี้แล้วหรือยัง?

🔵 [การชั่งน้ำหนักเรื่องการใช้อำนาจพิเศษทางกฎหมาย]


วิกฤตพลังงานครั้งนี้ถูกประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงพอๆ กับช่วงโรคระบาด 
คุณนันทิวัฒน์ จึงได้เสนอแนวทางเชิงรุกที่น่าจับตามอง คือการพิจารณาระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราวเพื่อลดภาระค่าขนส่ง โดยอาจหารายได้ทดแทนจากการขึ้นภาษีบาป (เหล้า-บุหรี่)

แต่ข้อเสนอที่สะท้อนให้เห็นถึงความวิกฤตของสถานการณ์อย่างชัดเจนที่สุดคือ การเสนอให้ภาครัฐพิจารณาใช้เครื่องมือทางกฎหมายขั้นสูงสุด



"นายกรัฐมนตรีควรพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ การทำเช่นนี้จะทำให้นายกฯ สามารถสั่งการตรงไปยังหน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน โรงกลั่น และคลังน้ำมัน เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด"



ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมือง แม้การใช้อำนาจพิเศษจะต้องผ่านการชั่งน้ำหนักถึงผลกระทบในหลายมิติอย่างรอบคอบ แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในมุมมองที่ตอกย้ำว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ 

การเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะอย่างเป็นกลาง และการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์อย่างยืดหยุ่น จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง

 

ดู Nation Live Talk เต็มๆที่นี่