svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องหลัง 60 วินาที ปลิดชีพ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี"

04 มี.ค. 2569

"60 วินาทีเท่านั้น" ปฏิบัติการร่วมระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ปลิดชีพผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่างเฉียบคม แต่ใช้เวลาเตรียมการนานหลายทศวรรษ นี่คือสนามรบสมัยใหม่ ที่ 1 นาที สามารถเปลี่ยนแปลงภูมิภาคได้

4 มีนาคม 2569 การลอบสังหาร "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เป็นผลลัพธ์ของการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองอย่างพิถีพิถันมาหลายทศวรรษ โดยหน่วยข่าวกรองลับของอิสราเอล โดยการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและกำลังคนจากสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ CIA และหน่วยข่าวกรองอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในช่วง 6 เดือนสุดท้าย ซึ่งจบลงด้วยการโจมตีอย่างรุนแรงเพียงครั้งเดียว เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน 

เจ้าหน้าที่ทหารของอิสราเอล เปิดเผยว่า คาเมเนอีถูกสังหารพร้อมกับ "สมาชิกผู้นำด้านความมั่นคงระดับสูง 7 คน" ที่รวมตัวกันอยู่หลายแห่งในกรุงเตหะราน ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวและผู้ติดตามใกล้ชิดอีกประมาณ 12 คน ในปฏิบัติการโจมตีที่เกือบพร้อมกันภายใน 60 วินาที และยังมีผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีก 40 คน เสียชีวิตในการโจมตีครั้งนี้ด้วย

อิสราเอลมีประวัติการลอบสังหารในต่างประเทศมายาวนาน แต่ไม่เคยสังหารประมุขของรัฐมาก่อน "อามอส ยาดลิน" อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของอิสราเอล ให้ความเห็นว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นการโจมตีที่เหนือความคาดหมายทางยุทธวิธีและทางปฏิบัติการ เพราะโดยทั่วไปคาดการณ์ว่าอิสราเอลจะโจมตีในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นการเลียนแบบการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ที่เปิดฉากสงคราม 12 วัน ในเดือนมิถุนายน

เปิดเบื้องหลัง 60 วินาที ปลิดชีพ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี"

ช่วงเวลาของการลอบสังหาร ถูกกำหนดโดยข้อมูลที่ CIA ได้รับเกี่ยวกับการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่ศูนย์บัญชาการใจกลางกรุงเตหะราน ซึ่งกำหนดไว้ในเช้าวันเสาร์ (28 กุมภาพันธ์) และแจ้งให้ฝ่ายอิสราเอลทราบเวลาของการประชุม และที่สำคัญ คือ คาเมเนอีจะอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งอิสราเอลมีสายลับที่ติดตามคาเมเนอีมาหลายปี โดยสร้างแฟ้มข้อมูลที่มีรายละเอียดอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขาและสมาชิกในครอบครัว ผู้ร่วมงาน พันธมิตร และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลความปลอดภัยของเขา ซึ่งตรงกับบทความของ Financial Times สื่อเศรษฐกิจของอังกฤษ

บทความชื่อ "Inside the plan to kill Ali Khamenei" ระบุว่า อิสราเอลใช้เวลาหลายปี ในการแฮกระบบกล้องวงจรปิดจราจร เจาะระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของคาเมเนอี ไปจนถึงการเก็บข้อมูลด้านการรักษาความปลอดภัยของคาเมเนอี เพื่อวางแผนสังหาร ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวจากหลายแหล่ง ได้แก่หน่วยสืบราชการลับทั้งที่ยังทำงานอยู่และออกจากราชการไปแล้ว รวมไปถึงบุคคลจำนวนมากที่อยู่ในปฏิบัติการครั้งนี้

แหล่งข่าวระบุว่า กล้องวงจรปิดจราจรแทบทั้งหมดในกรุงเตหะราน ถูกเจาะระบบมาเป็นเวลาหลายปี ภาพวิดีโอจากกล้องเหล่านี้จะถูกเข้ารหัส ก่อนส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล โดยหนึ่งในกล้องที่ถูกเจาะ สามารถมองเห็นที่จอดรถส่วนตัวของบอดี้การ์ดของคาเมเนอี ใกล้กับถนนปาสเตอร์ ทำให้เห็นชีวิตประจำวันภายในพื้นที่ ทั้งยังมีการใช้อัลกอริทึมที่ซับซ้อน ในการเก็บรายละเอียดข้อมูลบอดี้การ์ด ตั้งแต่ที่อยู่ เวลาปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางไปทำงาน และบุคคลที่พวกเขาได้รับมอบหมายภารกิจให้คุ้มกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเรียกว่า "แบบแผนชีวิต"

เปิดเบื้องหลัง 60 วินาที ปลิดชีพ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี"

การเจาะกล้องวงจรปิด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบที่ซับซ้อนกว่ามาก ทำให้อิสราเอลสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า "เครื่องผลิตเป้าหมาย" (target production machine) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้

อิสราเอลยังทำการรบกวนสัญญาณจากเสาสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณถนนปาสเตอร์ ทำให้เครือข่ายโทรศัพท์หนาแน่น เพื่อให้ยากต่อการที่บอดี้การ์ดของคาเมเนอี จะได้รับการแจ้งเตือนใดๆ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของอิสราเอล ให้ข้อมูลว่า พวกเขารู้จักเมืองหลวงของอิหร่านอย่างเตหะรานดีพอๆ กับรู้จักเยรูซาเล็ม ข้อมูลข่าวกรองที่แน่นหนาเหล่านี้ ตั้งอยู่บนการเก็บข้อมูลของหน่วยข่าวกรองสื่อสาร "ยูนิต 8200" (Unit 8200) ที่คัดเลือกโดยสถาบันข่าวกรองและปฏิบัติการลับ "มอสสาด" (Mossad) และวิเคราะห์คัดเลือกโดยข่าวกรองทหาร

อิสราเอลยังใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์ ที่เรียกว่า "การวิเคราะห์เครือข่ายสังคม" หรือ
SNA (Social Network Analysis) ที่กรองข้อมูลนับล้าน เพื่อการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย เมื่อข้อมูลข่าวกรองทางภาพ ข่าวกรองจากมนุษย์ ข่าวกรองทางสัญญาณ การดักฟังการสื่อสาร ภาพถ่ายจากดาวเทียม และอื่นๆ ถูกนำมาประมวลผล จนได้ตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำในรูปแบบพิกัดกริด 14 หลัก (14-digit grid) ปริมาณข้อมูลมหาศาลนี้ จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในการประมวลผล จัดเรียง และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้สิ่งที่อิสราเอลต้องการ นั่นก็คือ "เป้าหมาย"

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ชี้ว่า มันเหมือนกับจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ ที่มีการนำเศษข้อมูลทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกัน ในส่วนที่คุณไม่มี "ข้อมูลที่เชื่อถือได้" คุณก็ต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม มันจะครอบคลุมทุกอย่าง พวกเขาหาอาหารได้อย่างไร ขยะของพวกเขาถูกจัดการอย่างไร... เราทุกคนตื่นนอนและเข้านอน เราทุกคนกินและดื่ม เราอยู่ในโลกที่ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ มีหลายชั้นมากจน "ไม่มีใครที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้" ทุกสิ่งที่คุณทำล้วนทิ้งร่องรอยไว้

สิ่งนี้ทำให้เกิดปฏิบัติการต่างๆ มากมาย รวมถึงการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับสูงของอิหร่านด้วยปืนกลอัตโนมัติควบคุมระยะไกล ในขณะที่กำลังเดินทางด้วยความเร็วสูงด้วยรถยนต์บนถนนเปลี่ยว การแพร่มัลแวร์เข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในส่วนสำคัญของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการขโมยเอกสารนิวเคลียร์จำนวนมาก 

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการลอบสังหารผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาส "อิสมาอิล ฮานิเยห์" ในปี 2567 ด้วยระเบิดที่วางไว้ในห้องโปรดของเขา ภายในบ้านพักรับรองของรัฐบาลอิหร่านในกรุงเตหะรานด้วย

นักวิเคราะห์ชี้ด้วยว่า ไม่แปลกใจที่มีการใช้หลายวิธีในการติดตามคาเมเนอี เพราะชาว
อิหร่านค่อนข้างประมาท พวกเขารักโทรศัพท์มาก ดังนั้นบางทีผู้นำสูงสุดอาจมีโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งหลายเครื่อง แต่ประเด็นอยู่ที่คนที่เขาโทรหาเป็นประจำ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลการกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำ และออกคำสั่งสำหรับการโจมตีในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ร้ายแรงและทำลายล้าง

60 วินาที นั่นคือทั้งหมดที่ใช้ในการปฏิบัติการนี้ แต่มันเป็นผลผลิตจากการเตรียมการมาหลายปี สนามรบสมัยใหม่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยรถถัง และเครื่องบินอีกต่อไป มันถูกกำหนดด้วยข้อมูล การเข้าถึง ความไว้วางใจ และจังหวะเวลา หนึ่งนาทีสามารถเปลี่ยนแปลงภูมิภาคได้