svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน

27 ก.พ. 2569

รัฐมนตรีกลาโหมปากีสถานเผย การปะทะกับตาลีบันล่าสุด หมายความถึงการ "ประกาศสงคราม" กับเพื่อนบ้านอย่างอัฟกานิสถาน เพราะความอดทน "หมดลงแล้ว"

27 กุมภาพันธ์ 2568 "ปากีสถาน" กับ "อัฟกานิสถาน" ภายใต้การปกครองของตาลีบัน ปะทะกันรอบใหม่ โดยมีการยิงปืนใหญ่และปืนครกข้ามพรมแดนใส่กันอย่างรุนแรง "คาวาจา มูฮัมหมัด อาซีฟ" รัฐมนตรีกลาโหมของปากีสถาน แถลงว่า "ความอดทนของเราหมดลงแล้ว ตอนนี้มันคือสงครามเปิดระหว่างเรากับคุณ" หลังความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นชั่วข้ามคืน และทั้งสองฝ่ายต่างรายงานความสูญเสียอย่างหนัก จนปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" กับเพื่อนบ้าน 

ถ้าสองประเทศเปิดศึก ก็จะเป็นอันตรายที่ทำให้ความไม่มั่นคงในภูมิภาคเลวร้ายลงไปอีก และอาจนำไปสู่การสูญเสียอย่างไม่อาจประเมินได้ เมื่อกองทัพปากีสถานมีเงินทุนสนับสนุนอย่างดี มีอำนาจ และมีอาวุธนิวเคลียร์ 

ขณะที่ ตาลีบันเป็นอดีตกลุ่มติดอาวุธ ที่มีประสบการณ์การรบมานานหลายทศวรรษ รวมถึงชัยชนะเหนือกองกำลังสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ในปี 2564 หลังจากก่อความไม่สงบมาหลายปี

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน

เหตุการณ์เริ่มต้นอย่างไร?

เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (26 กุมภาพันธ์ 2569) กองทัพตาลีบันได้โจมตีที่มั่นของปากีสถานตามแนวชายแดนที่เปิดโล่งและเป็นข้อพิพาท ซึ่งทอดยาวกว่า 1,600 ไมล์ ผ่านเทือกเขาที่ขรุขระและทะเลทราย โดยอ้างว่า เป็นการตอบโต้ที่ปากีสถานทิ้งระเบิดโจมตีสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ค่ายทหาร" ในอัฟกานิสถาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน และปากีสถานตอบโต้ด้วย "ปฏิบัติการกาซับ ลิล ฮัก" (Ghazab Lil Haqq) หรือ ปฏิบัติการแห่งความโกรธแค้นอันชอบธรรม" (Operation Righteous Fury) ในเช้าวันศุกร์ (27 กุมภาพันธ์ 2569) 

การโจมตีทางอากาศของปากีสถานได้พุ่งเป้าที่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน จังหวัดปักเตียทางตะวันออกเฉียงใต้ และจังหวัดกันดาฮาร์ ที่ถือเป็นแหล่งกำเนิดทางจิตวิญญาณของกลุ่มตาลีบัน และเชื่อกันว่า "ฮิบาตุลลาห์ อัคฮุนซาดา" ผู้นำลึกลับของกลุ่มได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่นั่น ปากีสถานระบุด้วยว่า การโจมตีในเช้าวันศุกร์ มีเป้าหมายที่สิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นฐานที่มั่นของตาลีบันในอัฟกานิสถาน เป็นการยกระดับกลยุทธ์การตอบโต้ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

หลังการโจมตีตอบโต้กัน ทั้งสองฝ่ายต่างรายงานความสูญเสียของฝ่ายตรงข้าม โดย ปากีสถานระบุว่า ได้สังหารนักรบตาลีบันไป 133 คน ส่วนอัฟกานิสถานอ้างว่า สังหารทหารปากีสถานไป 8 นาย แต่สื่อต่างประเทศไม่สามารถระบุตำแหน่งของการสู้รบได้ 

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน

สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

แม้ว่าทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด แต่ก็มีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว พวกเขาได้ทำสงครามที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี นำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางตั้งแต่นั้นมา หลังจากกองกำลัง
นาโต โค่นตาลีบันลงจากอำนาจ ในปี 2544 ฐานให้ที่พักพิงแก่โอซามา บิน ลาเดน 
ผู้นำกลุ่มก่อการร้าย อัลกออิดะห์ ที่อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน ปี 2544  

ในตอนนั้น ปากีสถานถูกตราหน้าว่า เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มตาลีบัน เมื่อ
นักรบตาลีบันพากันหนีข้ามพรมแดนไปยังปากีสถาน และได้รับการสนับสนุนในการก่อกบฏต่อรัฐบาลอัฟกานิสถาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ กลายเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ แต่หลังจากตาลีบันเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในสงคราม จากการที่สหรัฐฯ ถอนกำลังออกไป พวกเขาได้หวนคืนสู่อำนาจ ในขณะที่ปากีสถานกลับเผชิญกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น 

ปากีสถานกล่าวโทษ "กลุ่มติดอาวุธตาลีบันในปากีสถาน" หรือ TTP ว่า เป็นสาเหตุหลักของความรุนแรง และกล่าวหาว่าอัฟกานิสถานว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มนี้ สำนักข่าว CNN รายงานว่า การโจมตีหลายครั้ง ใช้อาวุธที่สหรัฐฯ ทิ้งไว้ในระหว่างการถอนกำลัง และตาลีบันปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ข้อมูลจากกองทัพปากีสถาน ระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่ม TTP ทั่วประเทศมากกว่า 1,200 คน รวมทั้งทหารและพลเรือน มากเป็น 2 เท่า ของจำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2564 เมื่อสหรัฐฯ ถอนกำลัง และตาลีบันกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน

เปรียบเทียบกองทัพสองประเทศ

จากข้อมูลของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (IISS) ในรายงานชื่อ "ดุลยภาพทางทหารปี 2025" (Military Balance 2025) ชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างระหว่างกองทัพปากีสถานและอัฟกานิสถานนั้นชัดเจนมาก โดยกองทัพปากีสถาน ยังคงเป็นสถาบันที่มีอำนาจมากที่สุด และเสริมสร้างอำนาจมาตลอดประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยการรัฐประหารและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ปากีสถานมีระบบป้องกันประเทศที่ทันสมัย ประกอบด้วยกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และนาวิกโยธิน มีกำลังพลประจำการรวมทั้งสิ้นประมาณ 660,000 นาย เสริมด้วยหน่วยกึ่งทหารและสารวัตรทหารอีกเกือบ 300,000 นาย

ความแข็งแกร่งยังถูกเสริมด้วย คลังอาวุธที่ทันสมัย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เครื่องบินขับไล่ Mirage ของฝรั่งเศส และเครื่องบินขับไล่ JF-17 ที่ผลิตร่วมกับจีน พันธมิตรด้านการป้องกันประเทศหลัก ในทางตรงกันข้าม อัฟกานิสถานมีกำลังพลเพียงหนึ่งเดียว ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือตาลีบัน

ตาลีบันมีกำลังพลไม่ถึง 200,000 นาย โครงสร้างทางทหารยังขาดกองทัพอากาศที่ใช้งานได้จริง โดยอาศัยเพียงเครื่องบินขนส่งรุ่นเก่าจากยุคโซเวียตกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี และโดรนควอดคอปเตอร์ จำนวนหนึ่ง ที่สหรัฐฯ ทิ้งไว้ระหว่างการถอนกำลัง แต่แม้จะขาดอาวุธหนัก แต่ยุทธวิธีแบบกองโจรเป็นลักษณะเด่นที่กำหนดเอกลักษณ์ทางทหารของตาลีบัน ที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยความยึดมั่นในอุดมการณ์ ความศรัทธาทางศาสนา และสงครามแบบไม่สมมาตรที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน

สถานการณ์จะเลวร้ายไปได้แค่ไหน

เหตุการณ์ปะทะกันครั้งก่อนๆ สงบลงหลังการสู้รบกันหลายวัน และการไกล่เกลี่ยโดยรัฐบาลต่างประเทศ รวมถึงซาอุดิอาระเบียและตุรกี ซึ่งซามินา อาห์เหม็ด ผู้อำนวยการโครงการอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และที่ปรึกษาอาวุโสประจำเอเชียของ "Crisis Group" ให้ความเห็นว่า ปากีสถานได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่า จะดำเนินการอีกครั้ง ถ้ากลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน หรือ TTP เคลื่อนไหวต่อต้านปากีสถาน บนดินแดนอัฟกานิสถาน

ปากีสถานประกาศ "สงครามเปิด" อัฟกานิสถาน ขนปืนใหญ่ถล่มข้ามพรมแดน