svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจอังกฤษจับกุม "อดีตเจ้าชายแอนดรูว์" ปมทุจริตต่อหน้าที่

19 ก.พ. 2569

ตำรวจอังกฤษบุกจับกุม "แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์" หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงการส่งข้อมูลการค้าให้ "เจฟฟรีย์ เอปสไตน์" อาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ

กลายเป็นข่าวช็อกไปทั่วโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเทมส์ วัลเลย์ (Thames Valley Police) ได้แถลงการณ์จับกุมชายวัย 66 ปี ซึ่งเป็นที่ยืนยันว่าเป็น แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ (Andrew Mountbatten-Windsor) หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาในพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในข้อหาต้องสงสัยประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ (Misconduct in public office) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการประเมินรายงานที่ระบุว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ได้ส่งรายงานทางการค้าอย่างเป็นทางการให้กับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ (Jeffrey Epstein) นักการเงินชาวอเมริกันผู้ล่วงลับซึ่งเป็นนักโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เมื่อปี 2010 โดยหลักฐานสำคัญมาจากการเปิดเผยเอกสารจำนวนหลายล้านหน้าจากกระบวนการสืบสวนคดีเอปสไตน์ในสหรัฐฯ ซึ่งปรากฏชื่อของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์เกี่ยวข้องอยู่หลายครั้ง

ตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยและควบคุมตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการเข้าตรวจค้นบ้านพักของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ณ วูดฟาร์ม (Wood Farm) ภายในเขตพระราชฐานแซนดริงแฮม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในมณฑลเบิร์กเชียร์ โดยภาพที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์แสดงให้เห็นรถตำรวจและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากเข้าปิดล้อมพื้นที่

ทางตำรวจเทมส์ วัลเลย์ ระบุในแถลงการณ์ว่า

"เราได้เปิดการสืบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่หลังจากผ่านกระบวนการประเมินอย่างถี่ถ้วน เราเข้าใจถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อคดีนี้เป็นอย่างมาก และเราจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบในเวลาที่เหมาะสม"

มรสุมครั้งใหญ่ของราชวงศ์อังกฤษ

ก่อนหน้านี้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความเกี่ยวข้องกับเอปสไตน์มาโดยตลอด ทว่าเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมา พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงตัดสินพระทัยถอดพระยศและฐานันดรศักดิ์ทั้งหมดของพระอนุชา รวมถึงสิทธิในการใช้คำว่า "เจ้าชาย" เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์จากข่าวฉาวที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดี เนื่องจากเป็นการยกระดับจากการวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมไปสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษในระดับสากลอีกครั้ง