ส่วนบริษัทขนส่งสินค้าอื่นๆ คือ FedEx ที่กำลังปลดระวาง MD-11 เช่นกัน ก็มี 38 ลำ ที่ยังให้บริการอยู่ และ 34 ลำที่เก็บไว้ และ Western Global Airlines มี 4 ลำที่ยังให้บริการอยู่ และ 12 ลำที่เก็บไว้
ในขณะที่ยังมี MD-11 ให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ แต่การให้บริการในรูปแบบของเครื่องบินโดยสาร ได้สิ้นสุดลงเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว โดยเป็นเที่ยวบินของสายการบิน KLM ที่ให้บริการ "นครมอนทรีออล" ของแคนาดา ไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ของ "เนเธอร์แลนด์" เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2557
McDonnell Douglas ผลิตเครื่องบินเพียง 200 ลำ และได้รับคำสั่งซื้อครั้งสุดท้าย ในปี 2541 จากบริษัท FedEx กับ Lufthansa Cargo ที่ในขณะนั้น บริษัทได้ควบรวมกิจการกับโบอิ้งแล้ว และหลังจากนั้นไม่นาน MD-11 รุ่นโดยสารส่วนใหญ่ ได้ถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า
MD-11 ลำที่ประสบอุบัติเหตุล่าสุด ถูกส่งมอบให้กับการบินไทย (Thai Airways) ในปีแรกที่ผลิตได้คือ 2534 ก่อนถูกขายต่อให้กับ UPS เพื่อดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าในปี 2549 แต่ตอนนั้น เครื่องบินถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด จนกลายเป็นเครื่องบินลำใหม่
วันเกิดเหตุ เครื่องบินลำนี้ บรรทุกพัสดุเต็มลำ และเชื้อเพลิงกว่า 38,000 แกลลอน เพื่อเดินทางไกล 6,920 กิโลเมตร แต่เกิดปัญหากะทันหันขณะเตรียมทะยานขึ้นจากรันเวย์ เพื่อมุ่งสู่เมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย ทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัว พุ่งชนพื้นและทะลุรั้วสนามบินตรงดิ่งสู่ย่านธุรกิจใกล้เคียง จนเกิดระเบิดและเปลวเพลิงลุกโชนจากน้ำมันที่รั่วไหล กลายเป็นลูกไฟยักษ์ที่มองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร อีกทั้งควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นฟ้า น่าสะพรึงกลัวและกลายเป็นโศกนาฏกรรมด้านการบินครั้งล่าสุดของปีนี้