เขายังกล่าวถึงความสำเร็จในการปิดฉากสงครามในอัฟกานิสถาน และถอนทหารทั้งหมดกลับประเทศ โดยไม่ก่อภัยคุกคามและอันตรายใด ๆ จากการก่อการร้ายอย่างที่หลายฝ่ายวิตก และบอกด้วยว่า กายุติสงครามทำให้สหรัฐฯ สามารถทุ่มเทพลังงานและทรัพยากรเพื่อจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนอื่น ๆ โดยระบุด้วยว่า ศัตรูและคู่แข่ง อย่าง รัสเซียและจีนคงอยากเห็นสหรัฐฯ ติดหล่มอยู่ในอัฟกานิสถานต่อไปอีกสิบปี
แต่เขาก็ยอมรับว่ายังมีความท้าทายที่สหรัฐฯ ยังต้องจัดการต่อไป คือ สงครามในยูเครน และตะวันออกกลาง และความท้าทายจากเกาหลีเหนือที่กระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามเขาเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธและการสนับสนุนทางการทูตแก่อิสราเอล ที่ทำสงครามกวาดล้างฮามาสในฉนวนกาซาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 และจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซามากกว่า 46,000 ราย
และมีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งรวมตัวด้านนอกกระทรวงต่างประเทศตอนที่ไบเดนแถลง โดยตะโกนประณามเขาว่า “อาชญากรสงคราม” และชูป้ายประท้วง รวมถึงบางคนสาดของเหลวสีแดงเพื่อสื่อความหมายว่า ไบเดนเป็นผู้นำมือเปื้อนเลือด