ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เผยในวันศุกร์ (13 ธันวาคม) ว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 93 ลูก และส่งโดรนเกือบ 200 ลำ โจมตียูเครน โดยเป็นการโจมตีทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับจากรัสเซียเริ่มบุกยูเครนเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว
เขาบอกด้วยว่า กองทัพยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธ 81 ลูก ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธร่อน 11 ลูก ที่ถูกยิงตกด้วยเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ที่จัดหาโดยชาติตะวันตกในปีนี้ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันส่งสัญญาณอย่างหนักแน่นเพื่อหยุดยั้งการก่อการร้ายของรัสเซีย
และบริษัท DTEK ผู้ผลิตพลังงานภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุด เปิดเผยว่า การโจมตีของรัสเซียสร้างความเสียหายรุนแรงต่อโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของบริษัท
ก่อนหน้านี้รัสเซียเพิ่งโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธรวมเกือบ 200 ครั้ง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ทำให้ไฟดับกระทบกว่า 1 ล้านครัวเรือน และตลอดปีนี้รัสเซียถล่มเป้าหมายโรงไฟฟ้าและโครงสร้างด้านพลังงานรวม 11 ครั้งแล้ว สร้างความเสียหายวงกว้าง และทำให้ไฟดับยาวนาน