อันโตนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่มีเนื้อหาแสดความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศหลายร้อยครั้งทำลายเป้าหมายทั่วซีเรีย และย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะลดความรุนแรงทั่วซีเรีย
หลังกองกำลังกบฏภายใต้การนำของกลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม หรือ เอชทีเอส สามารถยึดกรุงดามัสกัส และโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม กองทัพอิสราเอลก็โจมตีทางอากาศทำลายเป้าหมายทางทหารทั่วซีเรีย และส่งทหารราบเข้าไปในเขตกันชนบนที่ราบสูงโกลันและบริเวณรอบนอกเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี
กองทัพอิสราเอลเผยเมื่อวันอังคารว่า โจมตีทางอากาศเกือบ 480 ครั้งทั่วซีเรียในช่วง 2 วัน โดยส่วนใหญมุ่งทำลายคลังอาวุธของกองทัพซีเรียเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในมือของศัตรูของอิสราเอล
แต่แถลงการณ์ของเลขาธิการยูเอ็นล่าสุด ย้ำให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลง ปี 2517 ที่ให้ยุติการควบคุมพื้นที่เส้นแบ่งเขตแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต และละเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะทำลายการหยุดยิงและเสถียรภาพในที่ราบสูงโกลัน
นอกจากนี้สำนักงานประสานงานกิจการมนุษยธรรมของสหประชาชาติ หรือ โอซีเอชเอ เผยแพร่รายงานสถานการณ์ล่าสุดในซีเรียว่า มีประชาชน 1.1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ต้องละทิ้งถิ่นฐานในช่วงตั้งแต่ฝ่ายกบฏเริ่มเปิดฉากการสู้รบกับกองทัพของประธานาธิบดีอัสซาดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน โดยเกือบ 640,000 คน อพยพหนีออกจากจังหวัด อเลปโป ส่วนผู้อพยพมากถึง 438,000 คน จากหลายพื้นที่ทะลักเข้าสู่จังหวัดอิดลิบ