ชาติกำลังพัฒนาต้องการให้มีเงินสนับสนุนเข้ากองทุนอย่างน้อยปีละ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มเติมจากข้อตกลงเดิมที่กำหนดไว้ที่ 100,000 ดอลลาร์ต่อปีช่วงระหว่างปี 2020-2025 และอยากให้ชาติร่ำรวยที่เป็นผู้ก่อมลพิษรายใหญ่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและอยากได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากรัฐบาล ไม่ใช่เงินกู้หรือเงินสนับสนุนจากเอกชน ส่วนชาติร่ำรวยอยากให้ขยายรูปแบบของเงินสนับสนุน นอกเหนือจากเงินให้เปล่าจากชาติพัฒนาแล้ว และอยากให้ชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ อย่าง จีนและซาอุดิอาระเบีย ที่รวยขึ้นแต่ยังคงสถานะชาติกำลังพัฒนา ได้มีส่วนจ่ายเงินสมทบด้วย
ผู้แทนที่เข้าร่วมการเจรจาบางคนวิจารณ์ร่างแถลงการณ์ที่ยังไม่มีการระบุว่าประเทศใดจะสนับสนุนกองทุนจำนวนเท่าใด โดยใส่ X ในช่องว่างแทนจำนวนเงิน และอันโตนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้บรรลุข้อตกลงให้สำเร็จ และเตือนว่า ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเลือก