รายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้ระบุชื่อบริษัทในรัสเซีย จีน ยูเครน อิสราเอล สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ในความเชื่อมโยงนี้ ส่วนปัจจัยหลักที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมการผลิตอาวุธในเมียนมาขยายตัว คือความเสี่ยงที่การนำเข้าอาวุธ เครื่องบินทหาร และอาวุธอื่น ๆ จะถูกปิดกั้นจากการคว่ำบาตร ส่วนศักยภาพในการผลิตอาวุธของเมียนมานั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่ปืนไรเฟิลจู่โจม, ปืนกล, ปืนครก, อาวุธต่อต้านรถถังและต่อต้านอากาศยาน ขีปนาวุธกับเครื่องยิงขีปนาวุธ และปืนใหญ่ ตลอดจนระบบป้องกันภัยทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีทุ่นระเบิดและทุ่นระเบิดใต้น้ำที่เคยนำมาจัดแสดงในงานจัดแสดงอาวุธที่กรุงเทพฯ ด้วย
ยังมีการเปิดเผยชื่อโรงงานผลิตอาวุธ KaPaSa (ตัวย่อของชื่อกรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเมียนมา) ที่นำเข้าส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ฟิวส์ ศูนย์เล็งปืน และแก๊ปหัวชนวนระเบิดจากอินเดียและจีน โรงงานยังมีเครื่องจักร CNC สำหรับกัด ตัด เจาะ หรือขึ้นรูปชิ้นงานในแบบต่าง ๆ ที่ผลิตในออสเตรีย เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหรัฐฯ ด้วย แม้จำนวนที่แน่นอนของโรงงานดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลอื่น ๆ ระบุว่ามีโรงงานลักษณะนี้อยู่หลายสิบแห่ง