ความสำเร็จในเส้นทางการเมืองของเนทันยาฮูที่ไม่มีใครเทียบได้ มีปัจจัยมาจากภาพลักษณ์ที่เขาสั่งสมมายาวนานในฐานะผู้นำสายเหยี่ยว ที่มีความเข้มแข็งและแข็งกร้าว สามารถปกป้องอิสราเอลให้ปลอดภัยจากศัตรูในตะวันออกกลางได้ เขามีนโยบายแข็งกร้าวต่อปาเลสไตน์ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยมากที่สุดเหนือการเจรจาสันติภาพ และมีจุดยืนมาตลอดว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล
นอกจากนี้ในสมัยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐฯ เนทันยาฮูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์อย่างมาก และภายในเวลาเพียงปีเดียว รัฐบาลของทรัมป์ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ทั้งที่ปาเลสไตน์อ้างมีสิทธิครอบครองพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเยรูซาเลม จุดชนวนกระแสโกรธแค้นไปทั่วโลกอาหรับ แต่สร้างความสำเร็จทั้งในทางการเมืองและการทูตแก่เนทันยาฮู
อย่างไรก็ตามเนทันยาฮูยังมีความท้าทายจากการสอบสวนคดีคอร์รัปชันที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เขาถูกตั้งข้อหารับสินบน ฉ้อโกง และละเมิดหน้าที่ แต่เขาปฏิเสธข้อหา และอ้างว่า ตกเป็นเหยื่อของการล่าแม่มดทางการเมือง ต่อมาในเดือน พ.ค. 2563 เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องถูกดำเนินคดีในศาลขณะยังดำรงตำแหน่ง