ผู้นำจีน ยังกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ในฮ่องกงประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากความยุ่งเหยิงสู่ธรรมาภิบาล และประกาศกร้าวด้วยว่า จีนจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับพวกแบ่งแยกดินแดนและการแทรกแซงในไต้หวัน ที่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน รวมทั้งย้ำว่าจะยึดมั่นในแนวทางรวมชาติอย่างสันติวิธี แต่ไม่เคยประกาศว่าจะไม่ใช้กำลัง
"การแก้ไขปัญหาไต้หวันเป็นเรื่องสำคัญของชาวจีน และจะต้องแก้ไขโดยชาวจีนเอง" สีจิ้นผิงกล่าว
"เราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินการรวมชาติอย่างสันติด้วยความจริงใจและความพยายามอย่างที่สุด แต่เราจะไม่รับรองว่าจะละทิ้งการใช้กองกำลัง โดยเราสงวนตัวเลือกในการดำเนินมาตรการอันจำเป็นทั้งหมด"
"สิ่งนี้มุ่งตรงไปที่การแทรกแซงจากกองกำลังภายนอกและขบวนการแบ่งแยกดินแดนบางส่วนที่แสวงหา "เอกราชไต้หวัน" และกิจกรรมการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น มิได้มุ่งหมายที่เพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวัน"
สีจิ้นผิง กล่าวว่า วงล้อแห่งประวัติศาสตร์หมุนวนสู่การรวมชาติและการฟื้นฟูชาติจีน โดยการรวมชาติต้องสำเร็จลุล่วง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นจริงโดยไม่ต้องมีข้อสงสัย
"เราเคารพและห่วงใยเพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวัน และทำงานเพื่อมอบผลประโยชน์แก่พวกเขาเสมอมา เราจะยังคงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมข้ามช่องแคบต่อไป”
“เราจะกระตุ้นประชาชนบนทั้งสองฟากฝั่งช่องแคบทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมจีนและสร้างสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น"
ขณะเดียวกันสี กล่าวว่า จีนจะเร่งสร้างกองทัพที่มีความแข็งแกร่งและทันสมัยระดับโลก และเสริมสร้างศักภาพการป้องปรามทางยุทธศาสตร์ รวมทั้งย้ำจุดยืนว่า จีนคัดค้านอุดมการณ์ยุคสงครามเย็นในเวทีการทูตระหว่างประเทศ