คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC)ของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา จาก 2.25%-2.50% ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 3.00%-3.25% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (21 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 เพื่อสกัดเงินเเฟ้อที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แถลงหลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยล่าสุด ยอมรับว่า ไม่มีวิธีการที่ "ไร้ความเจ็บปวด" ในการเอาชนะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขณะนี้ ซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตัวเลขว่างงานที่สูงขึ้น
ขณะที่ เฟด ส่งสัญญาณ ว่า จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1.25% ในการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของ เฟด อยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยคาดการณ์ ดอกเบี้ยสิ้นปีนี้อยู่ที่ 4.25%-4.50% และสิ้นปีหน้า อยู่ที่ 4.50%-4.75%