เอกชนค้านขึ้น "ค่าไฟ" หวั่นกระทบต้นทุนผลิต-ราคาสินค้าพุ่ง
17 ธ.ค. 2565 | sukanya_san

เอกชนบ่นอุบค่าไฟแพง-ต้นทุนผลิตสินค้าพุ่ง ขณะที่ราคาสินค้าจ่อขยับราคา ร้องรัฐต่อลมหายใจธุรกิจชะลอการปรับขึ้นค่าไฟออกไปก่อน
ข่าว
17 ธ.ค. 2565 | sukanya_san

เอกชนบ่นอุบค่าไฟแพง-ต้นทุนผลิตสินค้าพุ่ง ขณะที่ราคาสินค้าจ่อขยับราคา ร้องรัฐต่อลมหายใจธุรกิจชะลอการปรับขึ้นค่าไฟออกไปก่อน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนม.ค.-เม.ย.66 โดยตรึงบ้านอยู่อาศัยไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ จะปรับขึ้นที่อัตรา 5.69 บาทต่อหน่วยว่า
การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทำให้ราคาสินค้าและบริการต้องปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.8% ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน
นอกจากนี้หากแบ่ง 45 กลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้ามากมี 11 กลุ่ม เช่น แก้วกระจก ปูนซี เมนต์ เซรามิก เคมี เหล็ก เยื่อและกระดาษ อะลูมิเนียม หล่อโลหะ อาหารและเครื่องดื่ม โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม และปิโตรเคมีได้รับผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น 9-12%
กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าปานกลางจำนวน 16 กลุ่ม เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ไม้อัดไม้บางและวัสดุแผ่น ยาง พลาสติก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น โรงเลื่อยและโรงอบไม้, เครื่องจักรกลการเกษตร, เครื่องจักรกลและโลหะการ ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 6-8%
ส่วนกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อยมีจำนวน 18 กลุ่ม เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รองเท้า สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร ยา ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์, เทคโนโลยีชีวภาพ รองเท้า สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผู้ผลิตไฟฟ้า
พลังงานหมุนเวียน การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ และก๊าซ โดยจะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นประมาณไม่เกิน 5%
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ได้ชี้แจงไปแล้ว หากค่าไฟฟ้าขึ้นสูง จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งโรงแรม อุตสาหกรรม
ซึ่งหากต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ต้องผลักภาระไปยังผู้บริโภค สินค้าบริการมีแนวโน้มจะขยับขึ้นในปีหน้า 5-12% กระทบต่อเงินเฟ้อ กระทบต่อความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่ง กกร. จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนมติ กกพ. และให้ตั้งคณะทำงานทั้งภาครัฐ-เอกชน มาหารือร่วมกันด่วนที่สุดก่อนที่จะเริ่มเก็บค่าไฟฟ้าใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 66
“ ต้นเหตุแห่งวิกฤติค่าไฟหลัก ๆ มาจากการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทานแหล่งก๊าซเอราวัณที่ล่าช้า จนทำให้ต้องไปนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว แอลเอ็นจี ตลาดจรที่ราคาสูงมากมาผลิตไฟแทน และขาดแผนรับมือล่วงหน้า”
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. ทำให้ต้นทุนผู้ผลิตอาหารเฉลี่ย 5-15% ซึ่งขึ้นกับว่าธุรกิจจะใช้เครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน แต่กลุ่มธุรกิจห้องเย็นไฟฟ้าเป็นต้นทุน 60-80%