วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย อำนาจเจริญ
ภาคกลาง อยุธยา นนทบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ปทุมธานี สระบุรี ลพบุรี
ภาคตะวันออก ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ ตราด
ภาคตะวันตก ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
คิดเป็นจำนวนเกษตรกร 546,458 ราย วงเงิน 7,345 ล้านบาท
โดยรวมทั้ง 5 วันจะสามารถโอนเงินให้แก่เกษตรกรได้ทั้งหมด 4.29 ล้านราย วงเงิน 50,617 ล้านบาท
ทั้งนี้เกษตรกรยังสามารถเช็คสถานะเงินช่วยเหลือชาวนาปี 2565/66 ได้ด้วยตัวเอง ผ่านทาง chongkho.inbaac.com โดยไม่ต้องไปธนาคารตามขั้นตอน ดังนี้
1.เข้าไปที่ https://chongkho.inbaac.com
2.กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน
3.กดค้นหา
4. ระบบจะแจ้ง ชื่อโครงการ/เลขที่บัญชี/วันที่โอน/สาขาธกส./สถานะ ให้ท่านทราบ โดยเกษตรกรที่สมัคร BAAC Connect จะมีข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ภาครัฐยังคงมีมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้มีรายได้ และ สภาพคล่องในการใช้จ่าย เพิ่มเติมอีก 3 ได้แก่ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 , โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรปีการผลิต 2565/66 โครงการ คิดวงเงินรวมทั้งสิ้น 81,265 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 30 กันยายน 2566 โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน