เกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ อ.สิเกา จ.ตรัง หลายราย โดยเฉพาะในกลุ่มญาติพี่น้อง จับมือกันใช้พื้นที่ว่างในสวนยางพาราแบ่งพื้นที่กันเพาะเห็ดฟางจากกากทลายปาล์มน้ำมัน วัสดุเหลือใช้ที่ทางโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่ จ.ตรัง ต้องนำไปกำจัดทิ้ง ซึ่งปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดตรัง เช่นเดียวกับยางพารา ทำให้มีวัตถุดิบเหลือใช้รองรับได้จำนวนมากอย่างไม่ขาดแคลน ซึ่งเห็ดฟางเป็นที่ต้องการของตลาดรายได้ดีกก.ละ 100 บาท เกษตรกรหันเพาะขาย สู้กลับราคายางพาราที่ตกต่ำเหลือกก.ละ 37-40 บาท และฝนตกชุกกรีดยางไม่ได้ และยังสู้กับโรคใบร่วงของยางพาราที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ทำให้เป็นรายได้หลักแทนยางพาราไปแล้วสำหรับครอบครัวที่เพาะ
โดยที่สวนยางพาราในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านไร่ออก ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง นางสาวรุ่งนภา กิจนา อายุ 25 ปี บอกว่า ครอบครัวตนเองและญาติพี่น้องรวมประมาณ 4 ครอบครัว เพาะเห็ดฟางขายมาประมาณ 3 ปีแล้ว เดิมทำเป็นอาชีพเสริมจากการกรีดยางพารา โดยใช้กากทลายปาล์มน้ำมันที่รับซื้อมาจากโรงงานนำมาทำ โดยใช้พื้นที่ว่างในสวนยางพาราของตนเอง รวมทั้งของญาติ ๆ โดยแปลงที่เห็นอยู่นี้ รวมประมาณ 80 ร่อง ปลูกพื้นที่ว่างกลางร่องสวนยางพารา แต่ละวันสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวันๆละประมาณ 60 - 100 กก.ขึ้นไป ในราคาขายกก.ละ 100 บาท มีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 6,000 – 10,000 บาท โดยนำมาแบ่งกันตามปริมาณของแต่ละราย โดยปลูกเอง และขายเอง โดยพ่อกับแม่จะเป็นคนนำไปขายตามตลาดนัดต่างๆรวมทั้งขายส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อ โดยขายในราคาเดียวกันทั้งหมดทั้งในตลาดและหน้าสวน ปลูกเองขายเอง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่หากมีคนมาซื้อไปขายต่อ เขาก็จะขายในราคากก.ละ 150 บาท ความต้องการของตลาดดีมาก โดยเห็ดฟางสามารถเก็บขายมีรายได้ทุกวัน