อย่างไรก็ดีเจตนารมณ์ของการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว เนื่องจากคณะกรรมการเศรษฐกิจเชิงรุก ที่เสนอเพื่อต้องการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญลงทุนในประเทศแบบระยะยาว โดยเพิ่มแรงจูงใจด้านการพำนักอาศัย ตนยืนยันว่าไม่ใช่กฎหมายขายชาติ หรือเอื้อให้กับนายทุน ตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต
ทั้งนี้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งสามารถปรับแก้ไขได้ ทั้งนี้ผมยืนยันว่าไม่มีเจตนาขายชาติ และคนในรัฐสภาคงไม่มีใครคิดเช่นนั้น ส่วนที่กังวลว่าคนต่างชาติจะกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากเป็นผืนใหญ่ จะออกกฎเกณฑ์ไม่ให้ซื้อที่ดินแปลงติดกัน ทำเป็นหมู่บ้านได้ อีกทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องนำเรื่องนี้ไปรับฟังความเห็นประชาชนก่อน
สำหรับเนื้อหาร่างกฎกระทรวง อาจกำหนดให้เข้มงวดหรือยากกว่านี้ เช่น เพิ่มลงทุนเป็น 100 ล้านบาท หรือเพิ่มเวลาลงทุนจาก 3 ปี เป็น 10 ปี แล้วส่งให้ครม.พิจารณาใหม่ หรืออาจจะล้มเลิกไปเลย ถ้าประชาชนกังวลมากไม่ถือว่าเสียหน้า
“ส่วนที่มองเป็นการจนมุมทางเศรษฐกิจนั้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ว่ารัฐบาลใด ไม่มีใครทำมาตรการเดียว ต้องทำทุกทาง ถ้าอยากได้นักท่องเที่ยว นักลงทุน ก็ต้องหาทางให้คนกลุ่มนี้เข้ามา ต้องใช้มาตรการผสมกันไปหลายอย่าง อย่าไปคิดเชิงกังวล ให้มองโลกแง่ดีบ้าง”