ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ระบุ หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่สะสมมานาน และถูกซ้ำเติมให้รุนแรงขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด เห็นได้จากปี 2553 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 60% ต่อ GDP ผ่านไป 10 ปี หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 2562 และเพิ่มขึ้นเป็น 90% ในไตรมาส 1 ปี 2564 จากโควิด และล่าสุด ไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงมาอยู่ที่ 88% ในช่วงโควิด
ธปท. และกระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้ตรงจุด รวดเร็ว และเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง โดยภาคการเงินเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้
นอกจากนี้ ธปท. ได้ยกระดับการดูแลการให้บริการทางการเงินอย่างเป็นธรรมเพิ่มเติม เช่น การคิดดอกเบี้ยผิดนัดบนฐานของเงินต้นที่ผิดนัดจริง และปรับลำดับการตัดชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของประชาชนและลดโอกาสเกิดหนี้เสียในระบบ
วันนี้แม้เศรษฐกิจไทยจะปรับดีขึ้นจากผลกระทบของโควิด และคาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวในแต่ละภาคส่วนยังไม่เท่าเทียม (K-shaped) โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ยังเจอกับภาวะค่าครองชีพสูง ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง และทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนรุนแรงขึ้น จนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป