เนชั่นทีวี

ข่าว

อาสพลธ์” โต้ “โรม” หลังโยง “อนุทิน” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

07 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อาสพลธ์” โต้ “โรม” หลังโยง “อนุทิน” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

“อาสพลธ์” โต้ “โรม” หลังโยง “อนุทิน” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น - ชี้ขบวนการมีตั้งแต่ปี 62-64 ยอมรับศรีสะเกษมีเรียกเงินแลกตำแหน่ง เผย ภท.เตรียมแก้ กม.เอาผิดทุกหน่วยงาน

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังนายรังสิมนัต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่น เนื่องจากเมื่อปี 2567 ได้มีการเปลี่ยนผู้รับจ้างการสอบจากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒว่า ในฐานะที่ตน เป็น สส.ศรีสะเกษ ในปี 2566 มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่า มีนายหน้าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้พูดกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า หากใครอยากรับราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต.หรือ เทศบาล ให้หาเงินมาจ่าย 500,000-800,000 บาท ซึ่งตนได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้จำนวนมาก จึงทำให้ตน นำประชาชนในศรีสะเกษมาร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 5 มกราคม 2567 และในวันที่ 26 มกราคม 2567 ได้มีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนกลาง

นายอาสพลธ์ ยังชี้แจงถึงการที่นายรังสิมันต์ กล่าวหานายอนุทิน ได้มีการยกเลิกสัญญามหาวิทยาลัยบูรพาว่า ในปี 2562 และ 2564 มีการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น 2 ครั้ง โดยมีผู้รับจ้าง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียน ก็เกิดจาก 2 มหาวิทยาลัยนี้ เป็นผู้รับจ้างจัดการสอบ และเมื่อตนทราบว่า มหาวิทยาลัยบูรพา จะได้เป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงได้นำประชาชน จ.ศรีสะเกษไปร้องเรียน โดยเรื่องนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และตนได้ไปให้ปากคำกกับกรรมการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว แต่จากนั้นตนได้รับโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บอกว่า ตนให้การเท็จอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งตนยืนยันไปว่า ถ้าจะฟ้องก็ฟ้อง เพราะตนทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในศรีสะเกษ แม้ในช่วงเวลานี้ จะเห็นว่ามีกลุ่มบุคคลที่จ่ายเงิน สอบภาค ก. ภาค ข. ไม่ผ่านแล้วปรับแก้ให้ผ่าน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งในศรีสะเกษมีคนที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านก็ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 19 คดี ซึ่งมี 2 คดีที่ตำรวจส่งฟ้องพนักงานอัยการไปแล้วและในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ลงไปสอบปากคำกับผู้เสียหายเพิ่มเติม และเมื่อผู้ถูกกล่าวหา 19 คดีทราบว่า จะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ เขารับติดต่อนำเงินไปคืนผู้เสียหายเหล่านั้น

นายอาสพลธ์ ยังยืนยันว่า การโกงสอบท้องถิ่น เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่จับไม่ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องเล็กมาก เพราะในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คนที่สามารถโกงสอบท้องถิ่นได้ มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง คืออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้อง ผอ.กอง, ผอ.กลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการจัดสอบปี 2562 และ 2564 ที่จับไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ลงตัว แต่ในการจัดสอบปี 2568 จับได้เนื่องจากมีการเปลี่ยนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหลายคน โควตาที่ไปรับมา อาจจะมีผลประโยชน์ไม่ลงตัว แต่ถือว่า เป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง

 

นายอาสพลธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประกาศว่า มีผู้ที่แก้ไขคะแนน 5,925 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่สอบตก แล้วแก้เป็นสอบผ่าน 5,145 ราย และ 2. กลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่แก้คะแนนให้สูงขึ้นมี 774 ราย ซึ่งกลุ่มที่ 2 ที่แก้ไขคะแนนให้สูงขึ้น ให้ได้บรรจุเร็วขึ้นมีทั้งหมดที่ผ่าน 97 ราย ซึ่งหลายคนสงสัยว่าในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้และมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการแก้ไขคะแนนให้สูงขึ้นทำไม 97 รายนี้ได้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นอีกในเวลาต่อไป ทั้งที่เรารู้ว่าทั้ง 97 คน มีการแก้ไขคะแนนแต่เราไม่สามารถทำอะไรเขาได้เนื่องจากเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องนี้เป็นช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทย กำลังอยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อสภาฯ ว่าต่อไปหากพบการทุจริตที่เกิดขึ้นจากการจัดสอบ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ตำรวจ ทหารหรือหน่วยงานไหนก็ตาม กลุ่มคนที่แก้ไขคะแนนถือเป็นการโกง ต้องไม่ได้รับการบรรจุเพื่ออุดช่องไหว่ของกฎหมายในขณะนี้

 

นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะไม่ว่าทั้ง 5,925 ราย  จะทำหรือไม่ทำ แต่เขาคือผู้ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งคล้ายกับนอมินีที่มีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเก็ต สมุย พะงัน เพราะมีผู้ได้รับผลประโยชน์ กรณีการสอบท้องถิ่นก็เช่นกัน แต่วันนี้เรายังไม่มีกฎหมายที่จะเอาผิดกับคนเหล่านี้ได้ จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายเช่นตำรวจ หรือป.ป.ช. ที่ต้องทำคดีอาญาต่อไป โดยขอให้กรมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย  ไปยังทั้ง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ร่วมกันให้ตรวจสอบทั้งหมดและในส่วนของปปง. จะต้องตรวจสอบธุรกรรมการเงินของคนที่อยู่ระดับสูงกว่าระดับ 10 ที่ดำเนินการไปแล้วได้หรือไม่ เพราะปปง.บอกว่าสามารถตรวจสอบได้หมด ดังนั้น ตนจึงมีความเชื่อมั่นในหน่วยงาน ปปง. และ ป.ป.ช. ว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่

 

ส่วนคนที่สอบได้แต่มีการแก้คะแนนถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ควรถูกลงโทษหรือไม่นั้น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทั้ง 97 รายสามารถอ้างได้ว่าเขาไม่รู้เรื่อง ทำให้กฎหมายเอาผิดเขาไม่ได้ จนกว่าจะเห็นว่าเขาจ่ายเงินเพื่อไปจูงใจให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขคะแนนให้เขา ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น 97 ราย หรือ 5,925 ราย คนเหล่านี้ได้ประโยชน์ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยจะต้องร่างกฎหมายใหม่ เพื่อหาผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการจัดสอบ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต้องมีความผิดด้วยรวมถึงผู้ให้การช่วยเหลือ ส่วนทั้ง 97 ราย ได้บรรจุและรับเงินเดือนไปแล้ว แต่คดีจะพิพากษาจนถึงที่สุดใช้เวลา 3-5 ปี หากปรากฏว่าทั้ง 97 รายนี้มีความผิดจึงเป็นหน้าทีของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องเรียกเงินคืนทั้งหมด แต่บัญชีผู้สอบผ่านมีอายุแค่ 2 ปี ขณะที่กระบวนการพิจารณา 97 คน ที่แก้คะแนนให้สูงขึ้นต้องใช้เวลาถึง 5 ปี และอาจทำให้ 97 คนที่อยู่ในบัญชีถัดมา และยังไม่ได้บรรจุอาจกลับมาฟ้องกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเขาเสียประโยชน์โดยตรง ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะมีคนโกงสอบท้องถิ่น

 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านพยามโยงฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายอนุทินนั้น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์สงสัยเพียงแต่วันนี้เราเห็นว่ามีการแก้คะแนน 5,925 ราย ซึ่งการพิสูจน์ก็ต้องนี้เวลา แต่ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาแล้วข้อสันนิฐานเท่านั้น ไม่มีอะไร เพราะกระบวนการเรียกรับเงินเกิดขึ้นมานานแล้ว

 

ส่วนในกรรมาธิการ ป.ป.ช.ที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ มองฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ข้อมูลยังไปไม่ถึง แต่ขอถามว่าระดับ 10 จะกล้าทำเพียงลำพังหรือ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เราจึงเชื่อว่ามีทั้งระดับ 11 หรือสูงกว่า 11 ซึ่งเขาอาจจะไม่ทำ แต่เขาทราบ แล้วปล่อยให้ทำหรือไม่ แต่ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้คนที่เหนือกว่าระดับ 10 หากทำจริง มารับโทษทางกฎหมายได้ ซึ่งการทำงานของ ป.ป.ช. และ ปปง. ทุกอย่างจะมาบรรจบกัน และคดีทางแพ่งและอาญาก็แยกกัน ซึ่งในส่วนของปปง. ตนเชื่อว่าอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นการแถลงข่าวว่ามีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึกกับใครบ้าง โดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน ก็จะมีการอายัดทรัพย์และส่งฟ้องคดี

ข่าวล่าสุด