เขากล่าวด้วยว่า ในแง่ความเสียหายในช่วงที่กรมฯ ไม่สามารถดำเนินการเซ็นสัญญากับวงษ์สยามก่อสร้างได้ กรมฯ จะดำเนินการฟ้องร้องกับอีสท์วอเตอร์ในฐานะผู้ร้องหรือไม่นั้น กรมฯ จะต้องพิจารณา และหารือกับอัยการสูงสุดก่อน
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ยังมีคดีที่อีสท์วอเตอร์ฟ้องร้องต่อศาลในเรื่องของการยกเลิกกระบวนการคัดเลือก ครั้งที่ 1 และ การคัดเลือกผู้ชนะการประมูลใน ครั้งที่ 2 ซึ่งหากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเห็นด้วยกับคำฟ้องร้องนั้น การเซ็นสัญญากับวงษ์สยามจะต้องถือเป็นโมฆะ แต่กรมฯ ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายแก่บริษัท วงษ์สยาม ที่ได้เข้ามาดำเนินโครงการ เพราะในสัญญาได้เขียนไว้ชัดเจนแล้ว
นายอนุฤทธิ์ เกิดสินธ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงษ์สยาม ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า การลงนามในสัญญาครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน โดยโครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย, โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล - หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ - แหลมฉบับ ระยะที่ 2 โดยการลงนามในวันนี้ จ่ายเงินค่าแรกเข้า 580 ล้านบาท ส่วนอีก 870 ล้านบาท จะจ่ายเมื่อวงษ์สยามฯ ได้เข้าไปดำเนินการบริหารโครงการอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ วงษ์สยาม มีความพร้อมที่จะดำเนินการตามสัญญา ซึ่งขณะนี้ได้สั่งนำเข้าอุปกรณ์เพื่อดำเนินการตามสัญญาไว้หมดแล้ว เมื่อกรมธนารักษ์ส่งมอบทรัพย์สิน ก็พร้อมจ่ายน้ำให้กับผู้ใช้น้ำ ในเบื้องต้นได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นกับการประปาภูมิภาค (กปภ.)แล้ว จะคิดค่าน้ำสำหรับอุปโภค - บริโภคในอัตรา 9.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ตลอดอายุสัญญา 30 ปี ซึ่งถูกกว่าสัญญาปัจจุบันที่ขายน้ำให้กับ กฟภ.ที่ 9.90 บาทต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ การจำหน่ายน้ำให้กับภาคอุตสาหกรรม ราคาน้ำจะไม่เกิน 12.40 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ตลอดอายุสัญญา 30 ปีเช่นกัน จากปัจจุบันผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมจ่ายค่าน้ำแตกต่างกันมีตั้งแต่ 11-26 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นเมื่อวงษ์สยาม ได้เข้ามาเป็นผู้จ่ายน้ำอย่างเป็นทางการ จะปรับค่าน้ำให้กับภาคอุตสาหกรรมเหลือไม่เกิน 12.40 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ประสานผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมไว้เบื้องต้นแล้ว
“วงษ์สยาม จะไม่ขึ้นราคาค่าน้ำ ยกเว้นจะมีการแก้ไขประกาศของกรมชลประทาน ตาม พ.ร.บ.กรมชลประทาน ปรับเพิ่มขึ้นค่าน้ำดิบ ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าน้ำเช่นกัน โดยไม่นำปัจจัยค่าครองชีพ ต้นทุนที่สูงขึ้นมาพิจารณา เพราะตลอดอายุสัญญา วงษ์สยามจะไม่ขึ้นค่าน้ำมัน ยกเว้นกรณีดังกล่าวเท่านั้น”
สำหรับกรณีที่มีการฟ้องร้อง และคดียังอยู่ในการพิจารณาศาล เกี่ยวกับขบวนการประมูลไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใสนั้น หากส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับวงษ์สยาม ก็พร้อมชี้แจงตามเอกสารหลักฐานครบถ้วน ส่วนกรณีที่มีการไปยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ทางกรมธนารักษ์ ต้องไปชี้แจง ไม่เกี่ยวกับวงษ์สยาม แต่หากป.ป.ช. ให้วงษ์สยามไปชี้แจง ก็พร้อมชี้แจงเช่นเดียวกัน