อย่างไรก็ดี ขณะนี้ การลงทุนในEEC ที่เริ่มเกิดขึ้นก็มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของจีดีพีแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น สนามบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 โดยโครงการเหล่านี้ ภาครัฐได้สนับสนุนให้เอกชนร่วมลงทุนในลักษณะPPP เป็นวงเงินรวม 1.8 ล้านล้านบาท
หลายคนบอกว่า ขณะนี้การลงทุนในพื้นที่ EEC เริ่มแผ่วลง ขณะที่ การลงทุนในเวียดนามกลับมาแรง แต่ถ้าเรามาดูตัวเลขการลงทุนFDIล่าสุด พบว่า มียอดการลงทุนสูงถึง 2.8 แสนล้านดอลลาร์ โดยเป็นการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในอุตสาหกรรมเดิม ซึ่งเป็นการขยายการลงทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึง การลงทุนจากนักลงทุนรายใหม่ โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์ หลังจากรัฐบาลประกาศส่งเสริมการลงทุนในรถยนต์อีวี
สำหรับ แผนการส่งเสริมการลงทุนใน EEC นั้น รัฐบาลได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งการจะที่ปรับเปลี่ยนการลงทุนจากการลงทุนในอุตสาหกรรมหนักหรืออุตสาหกรรมใหญ่ในอีสเทิร์นซีบอร์ดเมื่อปี 2530 มาเป็นอุตสาหกรรมใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะจะกระทบต่อซัพพลายเออร์ที่มีอยู่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะรัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดยบางอุตสาหกรรมก็ได้เริ่มปรับเปลี่ยนแล้ว เช่น อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องสำหรับการลงทุนในอีวี
ทั้งนี้ การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ใน EEC คงไม่สามารถทำได้เพียงทีเดียวสำเร็จ แต่จะต้องค่อยๆปรับไปตามผลกระทบและโอกาส ซึ่งการนำวิจัยและการพัฒนาหรือR&Dเข้ามาช่วยเสริม จะสามารถสนับสนุนให้อุตสาหกรรมใหม่ในEECมีการเติบโต