แอร์แคนาดาออกโรงแจงด่วน! ยันความปลอดภัยผู้โดยสารไม่ลดเกรด – นักบินเข้าแล็บติวเข้มทุก 6 เดือน
หลังกระแสข่าวแพร่สะพัดจนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ใช้บริการ สายการบินแอร์แคนาดา สายการบินแห่งชาติของแคนาดา ได้ออกแถลงการณ์ด่วนที่สุดเพื่อชี้แจงสถานการณ์ โดยระบุว่าบริษัทรับทราบและมองกรณีดังกล่าวด้วยความตระหนักขั้นสูงสุด ทว่าขอยืนยันให้ผู้โดยสารมั่นใจว่า "มาตรฐานความปลอดภัยในทุกเที่ยวบินไม่ได้ถูกลดทอนลงแต่อย่างใด"
แอร์แคนาดาอธิบายในเชิงระบบว่า นักบินและกัปตันทุกคนในสังกัด รวมถึงกัปตันวอลล์ ต่างต้องเข้ารับโปรแกรมการฝึกอบรมภาคบังคับและการทดสอบสมรรถภาพการบินในเครื่องจำลอง (Simulator) เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อประเมินขีดความสามารถและความเข้าใจเกมบิน ควบคู่กับการทดสอบสติปัญญาการบินประจำปีร่วมกับนักบินผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบที่ได้รับการรับรองอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาผลการทดสอบของนายวอลล์นั้น "ผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ" มาโดยตลอด และพิสูจน์ได้ว่าเขามีทักษะความเชี่ยวชาญในการควบคุมเครื่องบินขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย โดยหลังจากที่สายการบินตรวจพบความผิดปกติในระบบฐานข้อมูล ก็ได้สั่งพักงานและถอดถอนนายวอลล์ออกจากหน้าที่ทันที พร้อมทั้งส่งเรื่องรายงานตรงไปยังกรมการขนส่งแคนาดา (Transport Canada) และได้สั่งทำระบบตรวจสอบประวัตินักบินในสังกัดทั้งหมด (Audit) ซึ่งไม่พบรายชื่อผู้กระทำผิดเงื่อนไขรายอื่นเพิ่มเติม
ผู้เชี่ยวชาญชี้ "คดีหาได้ยากยิ่ง" สะท้อนช่องโหว่ระบบตรวจเอกสารทวิภาคีของรัฐบาล
ทางด้าน ฮัสซัน ชาฮิดี (Hassan Shahidi) นักบินพาณิชย์เอกผู้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิความปลอดภัยการบิน (Flight Safety Foundation) องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์โดยชี้ว่ากรณีของกัปตันวอลล์ถือเป็น "คดีที่เกิดขึ้นได้ยากมากเป็นพิเศษ" ในประวัติศาสตร์การบินยุคใหม่
"หากข้อกล่าวหาทั้งหมดได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง ประเด็นสำคัญสูงสุดที่วงการการบินต้องกลับมาทบทวนไม่ใช่เรื่องของ 'คนที่ไม่มีความรู้มาขับเครื่องบิน' เพราะเขามีพื้นฐานการบินอยู่แล้ว แต่คือการที่นักบินรายนี้สามารถ 'เจาะผ่านและหลบเลี่ยงข้อบังคับทางกฎหมายพื้นฐาน' มาได้ยาวนานหลายสิบปีโดยไม่ถูกระบบตรวจจับ คดีนี้กำลังเป็นดัชนีชี้วัดถึงจุดอ่อนและความหละหลวมในกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาต (Verification) และระบบการกำกับดูแลของภาครัฐ ที่ปล่อยให้เอกสารสิทธิ์ปลอมเล็ดลอดสายตาไปได้ยาวนานขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ในมุมของความเสี่ยงทางกายภาพ ผู้โดยสารไม่ได้เผชิญความเสี่ยงรุนแรงเท่ากับการปล่อยให้คนที่ไม่เคยฝึกบินเลยขึ้นไปจับคันบังคับ แต่สิ่งที่พังทลายลงคือระบบกลไกป้องกันของรัฐที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ระบบการบินต่างหาก" ชาฮิดี กล่าวสรุปอย่างมีนัยสำคัญ