เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบอดีตกัปตันแอร์แคนาดา บินเก๊ 17 ปีสั่งกว่า 900 เที่ยวบินแบบไร้ใบอนุญาต

10 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

รวบอดีตกัปตันแอร์แคนาดา บินเก๊ 17 ปีสั่งกว่า 900 เที่ยวบินแบบไร้ใบอนุญาต

ตำรวจแคนาดาจับกุมอดีตกัปตันสายการบิน แอร์แคนาดา หลังถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง แอบอ้างขึ้นควบคุมเที่ยวบินกว่า 900 ไฟลท์ ตลอด 17 ปี โดยไม่มีใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกขั้นสูงสุด

ระบบการรักษาความปลอดภัยและระเบียบวินัยวงการการบินพาณิชย์โลก เผชิญกับคดีอื้อฉาวครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของสาธารณชน โดยกองบังคับการตำรวจภูมิภาคพีล (Peel Regional Police) ในรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ได้แถลงการณ์จับกุม นายเจฟฟรีย์ วอลล์ (Geoffrey Wall) วัย 59 ปี อดีตกัปตันสายการบินแอร์แคนาดา (Air Canada) หลังพบหลักฐานและพฤติกรรมแอบอ้างปลอมแปลงใบอนุญาตขับขี่เครื่องบินพานิชย์ ทำการบินรับส่งผู้โดยสารมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 17 ปี โดยไม่มีคุณสมบัติและเอกสารรับรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ปฏิบัติการจับกุมในวันอังคารที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนสอบสวนทางลึกที่ลากยาวนานกว่า 4 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กัปตันวอลล์ได้อาศัยเอกสารสิทธิ์ปลอมในการก้าวขึ้นบัญชาการเครื่องบินพาณิชย์ทั้งในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศรวมกันมากกว่า 900 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างปี 2552 ถึงปี 2568 ก่อนที่ตัวเขาจะเกษียณอายุการทำงานไปเมื่อปีที่แล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักรวม 4 กระทู้ ได้แก่ ข้อหาฉ้อโกง 1 กระทง, ปลอมและใช้เอกสารปลอม 2 กระทง, ครอบครองเครื่องหมายการค้าปลอมแปลง 3 กระทง และข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณะอีก 1 กระทง

ถือใบอนุญาตธรรมดา แต่ไม่มี "ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก" ขั้นสูงสุด

จากการเจาะลึกรายละเอียดเอกสารของเพนตากอนและกองบังคับการตำรวจภูมิภาคพีล พบว่า นายเจฟฟรีย์ วอลล์ มีใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ (Commercial Pilot Licence) ที่ถูกต้องตามกฎหมายจริง ซึ่งทำให้เขามีทักษะและผ่านการฝึกฝนการบินขั้นพื้นฐาน ทว่าสิ่งที่เขา "ปลอมแปลงเอกสารและแอบอ้าง" มาตลอด 17 ปีคือ ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot Licence หรือ ATPL) ซึ่งเป็นใบอนุญาตและใบรับรองขั้นสูงสุดในสายงานวิชาชีพการบิน และเป็นข้อกำหนดไฟต์บังคับที่กฎหมายการบินนานาชาติระบุว่า "ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นกัปตันหรือผู้บัญชาการเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ในสายการบินพาณิชย์จำเป็นต้องมี"

นิชาน ดูไรอัปปาห์ (Nishan Duraiappah) ผู้บัญชาการตำรวจภูมิภาคพีล ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลใจอย่างรุนแรงต่อกรณีดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นคดีที่ทำลายความรู้สึกและกระทบต่อความไว้วางใจด้านความปลอดภัยสาธารณะอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ต้องหาได้นำชีวิตของประชาชนและผู้โดยสารหลายแสนคนไปแขวนอยู่บนความเสี่ยงตลอดการบินกว่า 900 ไฟลท์

แอร์แคนาดาออกโรงแจงด่วน! ยันความปลอดภัยผู้โดยสารไม่ลดเกรด – นักบินเข้าแล็บติวเข้มทุก 6 เดือน

หลังกระแสข่าวแพร่สะพัดจนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ใช้บริการ สายการบินแอร์แคนาดา สายการบินแห่งชาติของแคนาดา ได้ออกแถลงการณ์ด่วนที่สุดเพื่อชี้แจงสถานการณ์ โดยระบุว่าบริษัทรับทราบและมองกรณีดังกล่าวด้วยความตระหนักขั้นสูงสุด ทว่าขอยืนยันให้ผู้โดยสารมั่นใจว่า "มาตรฐานความปลอดภัยในทุกเที่ยวบินไม่ได้ถูกลดทอนลงแต่อย่างใด"

แอร์แคนาดาอธิบายในเชิงระบบว่า นักบินและกัปตันทุกคนในสังกัด รวมถึงกัปตันวอลล์ ต่างต้องเข้ารับโปรแกรมการฝึกอบรมภาคบังคับและการทดสอบสมรรถภาพการบินในเครื่องจำลอง (Simulator) เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อประเมินขีดความสามารถและความเข้าใจเกมบิน ควบคู่กับการทดสอบสติปัญญาการบินประจำปีร่วมกับนักบินผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบที่ได้รับการรับรองอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาผลการทดสอบของนายวอลล์นั้น "ผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ" มาโดยตลอด และพิสูจน์ได้ว่าเขามีทักษะความเชี่ยวชาญในการควบคุมเครื่องบินขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย โดยหลังจากที่สายการบินตรวจพบความผิดปกติในระบบฐานข้อมูล ก็ได้สั่งพักงานและถอดถอนนายวอลล์ออกจากหน้าที่ทันที พร้อมทั้งส่งเรื่องรายงานตรงไปยังกรมการขนส่งแคนาดา (Transport Canada) และได้สั่งทำระบบตรวจสอบประวัตินักบินในสังกัดทั้งหมด (Audit) ซึ่งไม่พบรายชื่อผู้กระทำผิดเงื่อนไขรายอื่นเพิ่มเติม

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ "คดีหาได้ยากยิ่ง" สะท้อนช่องโหว่ระบบตรวจเอกสารทวิภาคีของรัฐบาล

ทางด้าน ฮัสซัน ชาฮิดี (Hassan Shahidi) นักบินพาณิชย์เอกผู้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิความปลอดภัยการบิน (Flight Safety Foundation) องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์โดยชี้ว่ากรณีของกัปตันวอลล์ถือเป็น "คดีที่เกิดขึ้นได้ยากมากเป็นพิเศษ" ในประวัติศาสตร์การบินยุคใหม่

"หากข้อกล่าวหาทั้งหมดได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง ประเด็นสำคัญสูงสุดที่วงการการบินต้องกลับมาทบทวนไม่ใช่เรื่องของ 'คนที่ไม่มีความรู้มาขับเครื่องบิน' เพราะเขามีพื้นฐานการบินอยู่แล้ว แต่คือการที่นักบินรายนี้สามารถ 'เจาะผ่านและหลบเลี่ยงข้อบังคับทางกฎหมายพื้นฐาน' มาได้ยาวนานหลายสิบปีโดยไม่ถูกระบบตรวจจับ คดีนี้กำลังเป็นดัชนีชี้วัดถึงจุดอ่อนและความหละหลวมในกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาต (Verification) และระบบการกำกับดูแลของภาครัฐ ที่ปล่อยให้เอกสารสิทธิ์ปลอมเล็ดลอดสายตาไปได้ยาวนานขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ในมุมของความเสี่ยงทางกายภาพ ผู้โดยสารไม่ได้เผชิญความเสี่ยงรุนแรงเท่ากับการปล่อยให้คนที่ไม่เคยฝึกบินเลยขึ้นไปจับคันบังคับ แต่สิ่งที่พังทลายลงคือระบบกลไกป้องกันของรัฐที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ระบบการบินต่างหาก" ชาฮิดี กล่าวสรุปอย่างมีนัยสำคัญ