ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาหารือกับผู้ประกอบการภาคสถาบันการเงินต่าง ๆ ว่าหากดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นและเข้าสู่ภาวะที่แท้จริงจะมีผลกระทบต่อสถาบันการเงินอย่างไรบ้าง เนื่องจาก ธปท.ค่อนข้างกังวลว่าภาคสถาบันการเงินจะตัด (cut-off) กลุ่มลูกหนี้เปราะบาง กำลังซื้อต่ำ และมีรายได้น้อย ให้ไหลออกไปอยู่นอกระบบ ซึ่งทราบกันดีอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบค่อนข้างแพงกว่าเท่าตัว ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนจากการหารือกับแบงก์ชาติก่อน
ล่าสุดบริษัทร่วมมือกับ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล ซึ่งเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ออกบัตรกดเงินสดพร้อมใช้ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน ซึ่งถือเป็นรายแรกและรายเดียวในเมืองไทย ทั้งนี้ รูปแบบความร่วมมือ เอ็กซ์สปริง จะเป็นผู้รับฝากหลักประกันในส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้แพลตฟอร์มของบริษัท ซึ่งช่วงแรกจะเริ่ม 2 เหรียญ คือ BTC, ETH โดยการคำนวณวงเงินการสินเชื่อราว 50% ของมูลค่าหลักประกันข้างต้นตามราคาตลาด ณ เวลานั้นๆ และทาง KTC เป็นผู้ดำเนินการปล่อยสินเชื่อและออกบัตรกดเงินสด “เคทีซี-เอ็กซ์สปริง” (KTC - XSPRING) ซึ่งจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี และมีการแบ่งผลตอบแทนจากรายได้ร่วมกัน คาดเริ่มให้บริการได้ปลายเดือนสิงหาคมนี้
โดยวางเป้าปล่อยสินเชื่อ 5 - 7 พันล้านบาทภายใน 3 ปี คาดว่าจะสามารถเจาะตลาดนักลงทุน 5-10% ที่มีการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และเล็งเปิดรับเหรียญคริปโทสกุลยอดนิยมและโทเคน มาใช้ในการค้ำประกัน พร้อมวางแผนปล่อยสินเชื่อประเภทอื่นๆ ในอนาคต