“ทนายอั๋น” บุก บช.น. ขอถอนประกาศห้ามชุมนุมรอบทำเนียบฯ 50 เมตร
08 พ.ย. 2569 | prisana_tha

“ทนายอั๋น” บุก บช.น. ขอถอนประกาศห้ามชุมนุมรอบทำเนียบฯ 50 เมตร ชี้ปิดกั้นสิทธิประชาชน จี้ “อนุทิน” เปิดทาง “กำนันมะโน” ยื่นข้อเรียกร้อง
ข่าว
08 พ.ย. 2569 | prisana_tha

“ทนายอั๋น” บุก บช.น. ขอถอนประกาศห้ามชุมนุมรอบทำเนียบฯ 50 เมตร ชี้ปิดกั้นสิทธิประชาชน จี้ “อนุทิน” เปิดทาง “กำนันมะโน” ยื่นข้อเรียกร้อง
KEY
POINTS
8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อมทีมงานเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เพื่อให้ทบทวนและยกเลิกประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาลในรัศมี 50 เมตร โดยเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และต้องการให้ยกเลิกโดยเร็ว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถชุมนุม และกลุ่มกำนันมะโนยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลได้อย่างเสรี
ทนายอั๋น กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนที่ต้องการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่อรัฐบาล แม้เจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มาตรา 7 แล้วก็ตาม แต่ต้องคำนึงถึงความจำเป็นและไม่ใช้มาตรการเกินกว่าเหตุ โดยเสนอว่าหากกังวลเรื่องความปลอดภัย สามารถใช้มาตรการอื่น เช่น การจัดทำรั้วกั้นบริเวณทำเนียบรัฐบาล แทนการห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตร
ทนายอั๋น กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนที่ต้องการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่อรัฐบาล แม้เจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มาตรา 7 แล้วก็ตาม แต่ต้องคำนึงถึงความจำเป็นและไม่ใช้มาตรการเกินกว่าเหตุ โดยเสนอว่าหากกังวลเรื่องความปลอดภัย สามารถใช้มาตรการอื่น เช่น การจัดทำรั้วกั้นบริเวณทำเนียบรัฐบาล แทนการห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตร
ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มกำนันมะโนเตรียมเดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นการจำกัดสิทธิเกินสมควร พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทาง ผบช.น. ได้รับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หรือเป็นความกังวลของเจ้าหน้าที่เอง โดยย้ำว่าการรักษาความสงบเรียบร้อยสามารถทำได้ แต่ไม่ควรกำหนดข้อจำกัดที่เกินความจำเป็น
ส่วนกรณีกลุ่มกำนันมะโนประกาศปักหลักชุมนุมเป็นเวลา 30 วัน ทนายอั๋นมองว่าการประกาศห้ามชุมนุมอาจส่งผลต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาดังกล่าว
“การชุมนุมครั้งนี้ถือเป็นม็อบแรกของรัฐบาลนายอนุทิน สมัยที่ 2 จึงควรให้เกียรติประชาชนและเปิดพื้นที่ให้แสดงออก โดยประเมินจากจำนวนประชาชนและรถที่เดินทางมาแล้ว ไม่น่าจะสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลได้มากนัก จึงไม่ควรวิตกกังวลเกินไป” ทนายอั๋น กล่าว
นอกจากนี้ ทนายอั๋น ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่า “ประชาชนสามารถชุมนุมได้ แต่ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย” โดยมองว่าการประกาศดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับคำสั่งของ ผบช.น. พร้อมยกตัวอย่างการชุมนุมต่อต้านโครงการโปแตช ที่จ.อุดรธานี ซึ่งประชาชนต้องการนำเอกสารไปยื่น แต่ถูกตำรวจสกัดไม่ให้เข้าถึงเจ้าหน้าที่ โดยมองว่า “นายกรัฐมนตรีที่มาจากเสียงของประชาชน ไม่ควรมีพฤติกรรมคล้ายระบอบเผด็จการ”
ทนายอั๋น ยังเรียกร้องให้นายกฯเปิดใจรับฟังปัญหา และเปิดโอกาสให้กลุ่มกำนันมะโน เข้ายื่นหนังสือด้วยตนเอง โดยสิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการที่นายกรัฐมนตรีออกมารับหนังสือและรับฟังข้อเรียกร้องโดยตรง มากกว่าการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับมือการชุมนุม
ทนายอั๋น ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้เป็นผู้จัดตั้ง แกนนำ หรือผู้สั่งการชุมนุม แต่จะไปร่วมในฐานะประชาชน เพราะเห็นว่าประชาชนมีสิทธิโดยชอบในการออกมาเรียกร้องปัญหาความเดือดร้อน ส่วนหากได้รับเชิญให้ขึ้นเวทีปราศรัย ก็ยินดีที่จะสะท้อนปัญหาและแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลให้ประชาชนรับทราบ
ด้านนายทิวา ลี้จากภัย ทีมกฎหมายทนายอั๋น กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มกำนันมะโนและผู้ประกอบการรถบรรทุก ถือเป็นการรวมตัวของภาคประชาชนที่ต้องการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน จึงอยากให้รัฐบาลสนับสนุนและไม่ขัดขวาง โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถบรรทุกอย่างมาก พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยส่งเสียงเรียกร้องไปถึงรัฐบาล ให้เอื้ออำนวยความสะดวกในการชุมนุม เปิดรับฟังปัญหาและนำไปแก้ไขให้ตรงจุด
ด้าน พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ในฐานะตัวแทนผู้รับหนังสือ ชี้แจงแนวทางความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมกับทนายอั๋นว่า บช.น.จะใช้กำลังตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาลเข้าร่วมดูแลพื้นที่ รวมถึงจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนการจัดตั้งกองอำนวยการร่วม จุดคัดกรอง จุดตั้งเวที และจุดสกัด อยู่ระหว่างการประสานงานเพิ่มเติม