"กรมควบคุมมลพิษตรวจเจอสารอลูมิเนียมเกินมาตรฐานในแม่น้ำ แต่กรมประมงบอกว่าปลาตายจากออกซิเจนในน้ำต่ำ แล้วกรมประมงมาให้ข่าวเกี่ยวกับโลหะหนัก โดยตรวจแค่ปรอท แคดเมียม ตะกั่ว แต่ไม่มีการพูดถึงอลูมิเนียม กรมควบคุมมลพิษบอกห้ามบริโภคสัตว์น้ำ แต่กรมประมงบอกว่าปลอดภัย แล้วชาวบ้านจะทำยังไงกันต่อ" นายวิศวัสต์ กล่าว
แฉจุดจัดงาน "กินปลาโชว์" เลี่ยงพื้นที่พิษ - สรุปความเสียหายพุ่ง 70 ล้าน
นายวิศวัสต์ กล่าวต่อว่า ในจังหวัดปราจีนบุรีมี 7 อำเภอที่ประสบปัญหาน้ำเสียจากโรงงาน แต่รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี กลับจัดงานในอำเภอที่ไม่มีปัญหาเรื่องโรงงานคัดแยกขยะหรือบ่อฝังกลบ โดยเลือกไปจัดที่ อำเภอประจันตคาม ซึ่งไร้สารพิษจากขยะไหลลงแหล่งน้ำ ขณะที่พื้นที่ประสบปัญหาหนักอย่าง อำเภอศรีมหาโพธิ มีโรงงานขยะถึง 62 โรงงาน และ อำเภอกบินทร์บุรี มี 74 โรงงาน
"สำหรับความเสียหายตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมา 20 วันแล้วยังหาข้อสรุปไม่ได้ แม้จะมีข่าวการอนุมัติเงินช่วยเหลือภัยพิบัติเบื้องต้น 31,000 บาท แต่เทียบไม่ได้กับความเสียหายจริง โดยจากการรวบรวมข้อมูลล่าสุดพบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่ลงทะเบียนไว้ 79 ราย รวม 1,498 กระชัง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 70 ล้านบาท สิ่งที่หนักกว่านั้นคือ เกษตรกรไม่รู้จะเริ่มต้นอาชีพอย่างไรต่อ เพราะกรมควบคุมมลพิษระบุว่ามีสารอลูมิเนียมสูงเกินมาตรฐาน หากลงปลาใหม่แล้วเจอน้ำเน่าเสียอีกก็จะเสียหายซ้ำรอย นอกจากนี้ ยังกังวลเรื่องการปนเปื้อนในน้ำประปา น้ำดิบ และชาวสวนที่ดูดน้ำไปใช้ทางเกษตรด้วย" นายวิศวัสต์ เผย
ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี ได้โพสต์เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ชวนกินปลา” เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่าปลาในพื้นที่ปลอดภัย โดยมีรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ สภาเกษตรกรจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงานในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ บ้านเกาะยาง หมู่ที่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม (ใกล้แยกห้วยขื่อ)
อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านเข้าไปคอมเมนต์ประชดประชันจำนวนมาก เช่น อยากให้ผู้ว่าฯ พานายกรัฐมนตรีและ ครม. พร้อมภริยา ครอบครัว มาร่วมรับประทานติดต่อกัน 15-30 วัน เหมือนสมัยนายกฯ ทักษิณ รับประทานไก่ตอนไข้หวัดนก เพื่อยืนยันว่าเป็นปลาในพื้นที่จริง และขอให้กรมประชาสัมพันธ์ไลฟ์สดขั้นตอนการจับปลาขึ้นมาจากแม่น้ำตรงนั้นมาปรุงอาหารให้ดูด้วย
นักวิชาการเตือนสารอลูมิเนียมเกิน WHO ชี้เป็นอันตรายรุนแรง ห้ามกินสัตว์น้ำ
ขณะเดียวกัน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกิจกรรม "ชวนกินปลา" ว่า หากจะกินปลาโชว์ อยากให้จับปลาในแควพระปรง และในกระชังปลาแม่น้ำปราจีนบุรีช่วงอำเภอกบินทร์บุรีมาปรุงกินด้วย โดยเฉพาะส่วนหัวปลา เหงือกปลา หนังปลา ตับปลา และไข่ปลา เนื่องจากสารอลูมิเนียมจะสะสมในส่วนเหล่านี้มากที่สุด
นายสนธิ ระบุว่า กรมควบคุมมลพิษตรวจพบค่าอลูมิเนียมสูงถึง 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) บริเวณสะพานปากน้ำบ้านหนองหอย ต.บ่อทอง และจุดสะพานต้นน้ำปราจีน ต.กบินทร์ พบ 0.874 mg/L ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้มีสารอลูมิเนียมปนเปื้อนในน้ำผิวดินไม่เกิน 0.1 - 0.2 mg/L ดังนั้น การตรวจพบสูงถึง 0.8 - 3.5 mg/L ถือว่าอยู่ในระดับอันตรายต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำอย่างรุนแรง และควรหลีกเลี่ยงการจับปลาหรือสัตว์น้ำจากแม่น้ำสายดังกล่าวมาบริโภคจนกว่าจะตรวจสอบแน่ชัดว่าไม่มีการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน