ชาวบ้านชี้สั่งหยุดกิจการ 3 เดือนไร้ผลเชิงรูปธรรม ผวารอยรั่วลุกลามข้ามอำเภอ
นางสาวศิริพร ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ประชาชนเดินทางมารอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตามที่เคยรับปากไว้ แม้ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวจะถูกสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามมาตรา 39 วรรคสอง เป็นเวลา 3 เดือน แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม แม้กระทั่งผ้าใบที่ใช้คลุมกองขยะอุตสาหกรรมก็ยังไม่สามารถปิดได้อย่างมิดชิด
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับน้ำสีดำปนเปื้อนสารเคมีที่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงอำเภอศรีมโหสถ และมีความเสี่ยงที่จะไหลเข้าสู่อำเภอบ้านสร้างในระยะเวลาอันใกล้
ส่วนกรณีที่มีการจัดกิจกรรมรับประทานปลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนนั้น ทางกลุ่มตัวแทนชาวบ้านมองว่า พื้นที่อำเภอประจันตคามมีความแตกต่างจากพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ศรีมโหสถ และบ้านสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่กำลังเผชิญปัญหามลพิษทางน้ำโดยตรง จึงไม่ควรนำกิจกรรมดังกล่าวมาใช้สร้างความเชื่อมั่นโดยที่ยังไม่มีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของสัตว์น้ำอย่างเป็นทางการ
พร้อมย้ำว่า โรงงานที่เคยได้รับอนุญาตก็สามารถสั่งปิดได้ โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ หากเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต ปัญหามลพิษก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก จึงต้องการให้รัฐมนตรีสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร
ภาคประชาชนจี้ปิดถาวรตามมาตรา 39 วรรคสาม พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ด้าน นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิชุมชน จากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การปิดโรงงานจะต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ มีมาตรการควบคุมและจัดการปัญหามลพิษอย่างถูกต้อง รวมถึงต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อย ไม่ใช่เพียงแค่สั่งปิดโรงงานแล้วปล่อยให้ปัญหาทั้งหมดตกอยู่กับชาวบ้านในพื้นที่
โดยข้อเสนอหลักของภาคประชาชน ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานทั้ง 2 แห่งอย่างถาวรตามมาตรา 39 วรรคสาม เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งไม่มีความเหมาะสมกับการประกอบกิจการประเภทดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวน และเสี่ยงต่อการเกิดภัยน้ำท่วมรุนแรงซ้ำอีก พร้อมทั้งทวงถามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ
จ่อยื่น มาตรา 9 ดันตั้ง "คณะกรรมการระดับชาติ" เข้าจัดการวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ท้ายที่สุด ภาคประชาชนในพื้นที่เตรียมยื่นข้อเสนอตามมาตรา 9 เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดตั้ง "คณะกรรมการระดับชาติ" ขึ้นมาดูแลแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน เนื่องจากเห็นว่าวิกฤตปัญหามลพิษในครั้งนี้มีความรุนแรงและส่งผลกระทบกินพื้นที่หลายอำเภอ เกินกว่าที่หน่วยงานระดับภูมิภาคจะสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง
ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวต้องเป็นคณะกรรมการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ ทั้งในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ การสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร และการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษทางน้ำและฟื้นฟูธรรมชาติ คืนความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป