เนชั่นทีวี

ข่าว

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

01 พ.ย. 2569 | natthanan_chu

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน ชาวบ้านเผาพริกเผาเกลือ ค้านกิจกรรมกินปลาสร้างความเชื่อมั่นแบบไร้ผลตรวจรับรอ

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน ชาวบ้านเผาพริกเผาเกลือ ค้านกิจกรรมกินปลาสร้างความเชื่อมั่นแบบไร้ผลตรวจรับรอ

KEY

POINTS

  • รวมตัวทวงสัจจะ: ชาวปราจีนบุรี 200 คน บุกทวงคำรับปาก "วราวุธ" สั่งปิดโรงงานฝังกลบขยะพิษใน 7 วัน
  • หวั่นมลพิษลุกลาม: คราบน้ำมันแม่น้ำ 7 สี กระจายข้ามอำเภอ กังวลกระทบแหล่งน้ำและพื้นที่เกษตร
  • จี้สั่งปิดถาวร: ยื่นข้อเสนอตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เร่งฟื้นฟูเยียวยา ป้องกันซ้ำรอยช่วงน้ำท่วม

2 พฤศจิกายน 2569 ชาวบ้านจากหลายอำเภอในจังหวัดปราจีนบุรี กว่า 200 คน ได้มารวมตัวกันบริเวณหน้า บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานประกอบกิจการฝังกลบกากอุตสาหกรรม สืบเนื่องจากเกิดปัญหาน้ำปนเปื้อนคราบน้ำมันและสารมลพิษ ไหลลงสู่แหล่งน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในช่วงเกิดอุทกภัยที่ผ่านมา จนเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีคล้ายสายรุ้ง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แม่น้ำ 7 สี" (เมื่อวานนี้ 1 พ.ย.69)

 

การรวมตัวครั้งนี้ ชาวบ้านต่างถือป้ายข้อความเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมนำพริกและเกลือมาเผาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ความไม่พอใจ และทวงถามความคืบหน้าจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานและรับปากว่าจะเร่งตรวจสอบ พร้อมให้คำตอบเรื่องการปิดโรงงานภายใน 7 วัน แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว ชาวบ้านยังคงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน โดยการรวมตัวดังกล่าวมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อร้องเรียนจากประชาชนด้วย

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

ชาวบ้านชี้สั่งหยุดกิจการ 3 เดือนไร้ผลเชิงรูปธรรม ผวารอยรั่วลุกลามข้ามอำเภอ

 

นางสาวศิริพร ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ประชาชนเดินทางมารอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตามที่เคยรับปากไว้ แม้ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวจะถูกสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามมาตรา 39 วรรคสอง เป็นเวลา 3 เดือน แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม แม้กระทั่งผ้าใบที่ใช้คลุมกองขยะอุตสาหกรรมก็ยังไม่สามารถปิดได้อย่างมิดชิด

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับน้ำสีดำปนเปื้อนสารเคมีที่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงอำเภอศรีมโหสถ และมีความเสี่ยงที่จะไหลเข้าสู่อำเภอบ้านสร้างในระยะเวลาอันใกล้

 

ส่วนกรณีที่มีการจัดกิจกรรมรับประทานปลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนนั้น ทางกลุ่มตัวแทนชาวบ้านมองว่า พื้นที่อำเภอประจันตคามมีความแตกต่างจากพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ศรีมโหสถ และบ้านสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่กำลังเผชิญปัญหามลพิษทางน้ำโดยตรง จึงไม่ควรนำกิจกรรมดังกล่าวมาใช้สร้างความเชื่อมั่นโดยที่ยังไม่มีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของสัตว์น้ำอย่างเป็นทางการ

พร้อมย้ำว่า โรงงานที่เคยได้รับอนุญาตก็สามารถสั่งปิดได้ โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ หากเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต ปัญหามลพิษก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก จึงต้องการให้รัฐมนตรีสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร

 

ภาคประชาชนจี้ปิดถาวรตามมาตรา 39 วรรคสาม พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

 

ด้าน นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิชุมชน จากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การปิดโรงงานจะต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ มีมาตรการควบคุมและจัดการปัญหามลพิษอย่างถูกต้อง รวมถึงต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อย ไม่ใช่เพียงแค่สั่งปิดโรงงานแล้วปล่อยให้ปัญหาทั้งหมดตกอยู่กับชาวบ้านในพื้นที่

 

10 วันยังไร้คำตอบ! ชาวปราจีนฯ บุกทวงสัญญา "วราวุธ" ปิดโรงงานขยะพิษใน 7 วัน

 

โดยข้อเสนอหลักของภาคประชาชน ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานทั้ง 2 แห่งอย่างถาวรตามมาตรา 39 วรรคสาม เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งไม่มีความเหมาะสมกับการประกอบกิจการประเภทดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวน และเสี่ยงต่อการเกิดภัยน้ำท่วมรุนแรงซ้ำอีก พร้อมทั้งทวงถามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ

 

จ่อยื่น มาตรา 9 ดันตั้ง "คณะกรรมการระดับชาติ" เข้าจัดการวิกฤตสิ่งแวดล้อม

 

ท้ายที่สุด ภาคประชาชนในพื้นที่เตรียมยื่นข้อเสนอตามมาตรา 9 เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดตั้ง "คณะกรรมการระดับชาติ" ขึ้นมาดูแลแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน เนื่องจากเห็นว่าวิกฤตปัญหามลพิษในครั้งนี้มีความรุนแรงและส่งผลกระทบกินพื้นที่หลายอำเภอ เกินกว่าที่หน่วยงานระดับภูมิภาคจะสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง

 

ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวต้องเป็นคณะกรรมการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ ทั้งในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ การสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร และการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษทางน้ำและฟื้นฟูธรรมชาติ คืนความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

ข่าวล่าสุด