เนชั่นทีวี

ข่าว

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

01 พ.ย. 2569 | prisana_tha

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือเรียกร้องผ่าน “วันนอร์” ถึงนายกฯ ย้ำกฎหมายต้องแก้เฉพาะที่เป็นปัญหา ไม่ใช่ทำลายโครงสร้าง

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือเรียกร้องผ่าน “วันนอร์” ถึงนายกฯ ย้ำกฎหมายต้องแก้เฉพาะที่เป็นปัญหา ไม่ใช่ทำลายโครงสร้าง

KEY

POINTS

  • 29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้กฎหมาย 4 กองทุน หวั่นกระทบแหล่งเงิน และความเป็นอิสระองค์กรสาธารณะ
  • ผลรับฟังความคิดเห็นพบ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส. มีผู้ไม่เห็นด้วย 89.47% จากผู้แสดงความคิดเห็น 85,734 คน
  • เครือข่ายยื่น 5 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ ขอถอนร่างแก้กฎหมาย คงเงินบำรุง 2% และ ประเมินผลกระทบรอบด้าน

1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ภาคีเครือข่ายป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดเวทีสาธารณะชายแดนใต้ ภายใต้หัวข้อ “แก้ไข พ.ร.บ.สสส. ใครได้ ใครเสีย?” ที่ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอ แก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 (พ.ร.บ.สสส.) มีสาระสำคัญในการยกเลิกเงินบำรุงกองทุนอัตราร้อยละ 2 จากภาษีสุราและยาสูบ(ภาษีบาป) และเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

ในเวทีเปิดให้ผู้เข้าร่วมเขียนจดหมายถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษในประเด็น “Earmarked Tax กับระบบพลังสังคมด้านการสร้างเสริมสุขภาวะ” โดยนักวิชาการจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมวงเสวนา 2 ประเด็น ได้แก่ “ความหมาย-คุณค่าของ สสส. กับการสร้างหุ้นส่วนการพัฒนา” และ “การมีอยู่ของ สสส. สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนได้อย่างไร” โดยหลังการเสวนาเครือข่ายได้ไปยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ 5 ข้อเรียกร้อง ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายฯ ได้จัดทำแถลงการณ์ร่วมในนาม 29 องค์กร แสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กฎหมายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กฎหมายกองทุนผู้สูงอายุ และกฎหมายกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย เราเห็นว่าการเปลี่ยนระบบจัดสรรรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบเพิ่มเติม หรือ Earmarked Tax ไปเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจกระทบความมั่นคงของแหล่งเงิน ความต่อเนื่องในการดำเนินภารกิจ และความเป็นอิสระขององค์กรที่ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

 

เหตุผลสำคัญ 5 ประการ ที่เราคัดค้านร่าง พ.ร.บ ดังกล่าว ได้แก่ การทำลายระบบงบประมาณเพื่อภารกิจเฉพาะที่ยึดหลัก “ผู้ก่อปัญหาเป็นผู้จ่าย” การขาดการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงภาษี การเปิดช่องให้กลไกทางการเมืองแทรกแซงการจัดสรรงบประมาณ และการไม่สอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็น

ทั้งนี้ ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลในแถลงการณ์ พบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.สสส. สูงถึง 85,734 คน โดยเห็นด้วยเพียงร้อยละ 9.33 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 89.47  ส่วน ร่าง พ.ร.บ.กองทุนผู้สูงอายุ มีผู้เห็นด้วยร้อยละ 73.12 ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ร้อยละ 72.42 และ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาการกีฬา ร้อยละ 67.88” นายวันอาฟันดี กล่าว

 

นายวันอาฟันดี กล่าวต่อว่า ภาคีเครือข่ายฯ แสดงความห่วงใยว่า การเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินสนับสนุนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 25 ปี อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันอุบัติเหตุ การส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพชุมชนและภาคประชาสังคม การดำเนินงานเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา มัสยิด ผู้นำชุมชน และเครือข่ายประชาชน หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน อาจทำให้การสนับสนุนกิจกรรมในชุมชนขาดความต่อเนื่อง และกระทบต่อโอกาสการเข้าถึงงานสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง

 

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

 

ด้าน นายอับดุลปาตะ ยูโซะ กล่าวยืนยันว่า เราไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบหรือการยกระดับธรรมาภิบาลของ สสส. แต่สนับสนุนให้พัฒนาระบบบริหารจัดการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษากลไกเงินบำรุงร้อยละ 2 เพื่อให้ภารกิจสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยหลังการเสวนาเราได้ไปยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ 5 ข้อเรียกร้อง ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล 

 

ทั้งนี้ ในหนังสือเปิดผนึกเรามีจุดยืนและข้อเสนอ ดังนี้  1. ขอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือให้นายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรอง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีตัวแทนทุกพรรคการเมืองและภาคประชาสังคมร่วมศึกษาการพัฒนากองทุน

 

2. ขอให้ประเมินผลกระทบด้านการเงินการคลัง รายได้ รายจ่าย และงบประมาณรองรับภารกิจเดิมในระยะยาว 3.ขอให้คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง 

 

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

 

4. การยกระดับธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกลไกเงินบำรุงเดิม และ 5. ขอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น พร้อมเคารพผลการรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการของกฎหมาย

 

นายอับดุลปาตะ กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่า การปฏิรูประบบบริหารจัดการกองทุน ควรดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลและการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และขอให้คงกลไกเงินบำรุงอัตราร้อยละ 2 ไว้ เรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างหรือไม่รับรองร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ เพื่อรักษาระบบงบประมาณเฉพาะด้านที่สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สื่อสาธารณะ ผู้สูงอายุ และการพัฒนากีฬา

 

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อกฎหมายเดิมมีข้อบกพร่องตรงจุดไหน ก็มุ่งแก้ไขเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา โดยไม่ทำลายโครงสร้างหรือกลไกที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนอยู่แล้ว

 

29 ภาคีเครือข่ายชายแดนใต้ ค้านแก้ กม. 4 ฉบับตัดเงินภาษีบาป ยื่นหนังสือผ่าน วันนอร์ ถึงนายกฯ

 

ดังนั้น ตนจึงเข้าใจต่อข้อห่วงกังวลของภาคีเครือข่าย และให้ความสำคัญกับการคงไว้ซึ่งกลไกสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชน โดยเฉพาะงานสร้างเสริมสุขภาพที่ต้องอาศัยจิตอาสา ความเสียสละ และการทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน เพราะลำพังรัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้น ตนรับปากว่าจะนำหนังสือดังกล่าวไปมอบให้นายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง พร้อมรับฟังและช่วยประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

"งานของ สสส. และภาคประชาสังคม ในพื้นที่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ได้ลงลึกไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญ ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด ที่ทำลายระบบประสาทของเยาวชนจนกลายเป็นปัญหาสังคมร้ายแรง ผมจึงขอชื่นชมการทำงานของทั้ง 29 ภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

 

ทั้งนี้ รายชื่อ 29 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (ศูนย์ประสานงานภาคใต้ตอนล่าง) ศูนย์ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดปัตตานี  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนราธิวาส เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส สมาคมศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา ม.อ.

 

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี สมาคมสะพานปัญญาชายแดนใต้ สมาคมประชาสังคมนราธิวาส  สมาคมสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้ สมาคมเยาวชนพัฒนาบ้านเกิด (PPS) สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนใต้ หน่วยจัดการสุขภาวะมุสลิมมลายู หน่วยจัดการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ หน่วยจัดการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดนราธิวาส กลุ่มต้นกล้าพันธุ์ใหม่ชายแดนใต้ กลุ่มเยาวชนบ้านไทยสุข   ชมรมเยาวชนโคกพะยอมรักษ์สันติ

 

แกนนำนักศึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ ม.อ.ปัตตานี เครือข่ายครูตาดีกาป้องกันปัจจัยเสี่ยง สภาผู้นำชายคามัสยิด เครือข่ายเยาวชน YSDN ชมรมอิหม่ามอำเภอตากใบ เครือข่ายมัสยิดปลอดบุหรี่   ชมรมคนหัวใจเพชร มูลนิธิคนเห็นคน เครือข่ายชุมชนเปี่ยมสุข มูลนิธิวิถีสุข และหน่วยกู้ชีพอิควะห์รามัน

ข่าวล่าสุด