เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกฯ อนุทินยันไทยไม่กักตุนอาหาร นักวิชาการเตือนรับภัยไฮบริด

31 ต.ค. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทินยันไทยไม่กักตุนอาหาร นักวิชาการเตือนรับภัยไฮบริด

แค่ "ตระหนัก" พอจริงหรือ? "อนุทิน" ยันไทยมีความมั่นคงทางอาหาร ไม่จำเป็นต้อง กักตุนอาหาร ตาม 20 กว่าประเทศทั่วโลก แต่นักวิชาการความมั่นคงเห็นต่าง ชี้ไทยเผชิญ ภัยคุกคามผสม ทั้งสงครามยุคใหม่และภัยธรรมชาติ เตือนเตรียมตัวรับมือวิกฤตก่อนสาย!

31 ตุลาคม 2569 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมายืนยันเรื่องการกักตุนอาหาร โดยย้ำว่าประชาชนควรตระหนักแต่ไม่ตระหนก หลังต่างประเทศแจ้งเตือนประชาชนสำรองเสบียงรับมือวิกฤต ขณะที่นักวิชาการด้านความมั่นคง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร และ ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข มองต่าง โดยเตือนให้รัฐบาลและคนไทยเตรียมรับมือ ภัยคุกคามผสม ทั้งภัยธรรมชาติ สงคราม และไซเบอร์ เพื่อสร้างระบบเตือนภัยและความ มั่นคงทางอาหาร ที่รับมือวิกฤตได้จริง

 

เป็นประเด็นที่สังคมจับตา กรณีรัฐบาลและพลเมืองมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกแห่กักตุนอาหารและสิ่งของจำเป็น เพื่อเตรียมรับวิกฤต ขณะที่ นายกฯ อนุทิน ให้สัมภาษณ์ 2 วันซ้อน ย้ำว่า คนไทยแค่ “ตระหนัก” ไม่ต้อง “ตระหนก” โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยของเรามีความมั่นคงทางอาหาร จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปทำเหมือนประเทศอื่น

 

จนเกิดคำถามตามมาว่า สิ่งที่นายกฯ พูด และหน่วยงานความมั่นคงออกมาขานรับ สร้างความมั่นใจให้พี่น้องคนไทยได้แค่ไหน เนื่องจากน้ำท่วม ฝนแช่ เคยประกาศ “เอาอยู่” ปรากฏว่าจมน้ำกันเป็นเดือนมาแล้ว ทำให้คนไม่เชื่อถือ ถึงขั้นล่าสุดมีพฤติกรรม “แทงสวน” จนนักข่าวต้องนำไปถามนายกฯ เมื่อเช้าก่อนไปภูฏาน

นายกฯ อนุทินยันไทยไม่กักตุนอาหาร นักวิชาการเตือนรับภัยไฮบริด

 

โดยเมื่อย้อนความเป็นมาของเรื่องนี้ และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญว่าสรุปแล้ว เราควรแค่ “ตระหนัก” หรือ “ตระหนกไว้ก็ดีเหมือนกัน”

 

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง มองว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือการ “ปรับระบบแจ้งเตือนมาตรการบรรเทาสาธารณภัย” เป็นมาตรการร่วมของ EU หรือสหภาพยุโรป และเอเชีย คือ ญี่ปุ่น แต่เดิมเป็นมาตรการเตรียมพร้อม 3 วัน แต่ขณะนี้บางประเทศเพิ่มเป็น 7 วัน สูงสุด 10 วัน คือ เยอรมนี

"อาจารย์ปณิธานย้ำว่า สำหรับไทยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก"

อาจารย์ปณิธาน อธิบายที่มาของการใช้มาตรการนี้ว่า มาจาก 3 เหตุผล

 

1. ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น คาดเดาหรือพยากรณ์ล่วงหน้าไม่ได้มากขึ้น เช่น กรณีเนปาล

 

เรียกว่า Known Factors คือ รู้ว่ามี แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร

 

2. การโจมตีทางไซเบอร์ หรือระบบอินเทอร์เน็ต/ออนไลน์ล่มในวงกว้าง

 

เรียกว่า Known Factors เหมือนกัน แต่เป็นลักษณะ “รู้ว่ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ แต่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร” คล้าย ๆ กับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

 

3. ความเสี่ยงของสงครามยูเครน-รัสเซีย และสงครามอิหร่าน/ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง

 

อาจมีการก่อการร้าย หรือปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบถึงข้อ 2 คือการโจมตีทางไซเบอร์ 

 

นายกฯ อนุทินยันไทยไม่กักตุนอาหาร นักวิชาการเตือนรับภัยไฮบริด

“สุรชาติ” กางพลวัตสงคราม แต่ตระหนักยังไม่พอ!

 

อาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข เห็นต่างจากนายกฯ อนุทิน คือมองว่า รัฐบาลควรทำมากกว่าแค่บอกประชาชนว่า “ตระหนักแต่ไม่ต้องตระหนก” เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญอย่างมาก กล่าวคือ

 

• ได้เวลาเตรียมตัวรับมือกับภัยความมั่นคงชุดใหม่

• เป็นภัยที่มีความหลากหลาย เรียกว่า “ภัยคุกคามผสม” หรือ Hybrid Threat

• ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหารในแบบเดิม แต่มีภัยแบบอื่น ๆ ที่เกิดคู่ขนานในบริบทปัจจุบัน

ทุกรัฐ รวมถึงไทย ต้องเผชิญหน้ากับโจทย์ความมั่นคงที่ท้าทายอย่างมาก

 

พลวัตของสงครามในศตวรรษที่ 21

 

อาจารย์สุรชาติ ระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะ “สงคราม” ในศตวรรษที่ 21 ก็มีพลวัตของสงครามหลากหลายรูปแบบ

 

• สงครามก่อการร้าย (อัลกออิดะห์ และเหตุการณ์ 9/11)

• สงครามอสมมาตร (รัฐต่อสู้กับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ เช่น อิสราเอลกับฮามาส หรือแม้แต่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย)

• สงครามระหว่างรัฐแบบเดิม (เช่น สงครามยูเครน ซึ่งอาจขยายเป็นสงครามของรัฐยุโรป)

 

ผลเชิงลบ...กระทบกว่าที่คิด

 

อาจารย์สุรชาติ วิเคราะห์ต่อว่า ผลเชิงลบจากพลวัตของสงครามมีมากกว่าที่คิด ยกตัวอย่าง...สงครามตะวันออกกลาง กระทบกับความมั่นคงด้านพลังงานของโลก ขยายวงเป็นวิกฤตค่าครองชีพของทั้งโลก นอกจากนี้สงครามในตะวันออกกลางยังเชื่อมโยง “การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์” ทำให้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ กระทบมาตรการกีดกันทางการค้า ใช้การค้าเป็นเครื่องมือแข่งขันและปิดล้อมกัน

 

นอกจากนั้น สงครามยังมีภัยคุกคามทับซ้อน นั่นคือ “ภัยแบบไฮบริด” (Hybrid Threat) หมายถึงสงครามที่มองไม่เห็น เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ มุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญในโลกดิจิทัล และที่น่ากลัวคือ ใช้ AI เป็นเครื่องมือโจมตี

 

ขณะที่ภัยธรรมชาติก็ร้ายแรงไม่แพ้ภัยสงคราม

 

นายกฯ อนุทินยันไทยไม่กักตุนอาหาร นักวิชาการเตือนรับภัยไฮบริด

 

เปิดความหมายของการเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง

 

• การเตรียมตัวรับมือ 72 ชั่วโมง เท่ากับ 3 วัน

• เป็นมาตรฐานของยุโรปและญี่ปุ่น หมายถึงเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน รัฐจะเข้าถึงและช่วยเหลือได้ใน 3 วัน

• ฉะนั้น ถ้าประชาชนอยู่ได้ ช่วยตัวเองได้ จะลดภาระของรัฐและลดความสูญเสีย

 

“แต่ในบริบทของไทย ผลของภัยธรรมชาติทั้งในกรุงเทพฯ หรือในปราจีนบุรี เห็นได้ชัดว่า อาจจะต้องเตรียมถึง 30 วัน กลไกรัฐบาลจะเข้าไปได้จริง เพราะถ้า 3 วันในมาตรฐานยุโรป อดตายแน่นอน!”

 

 

ข่าวล่าสุด