มท.4-ผบ.ตร. แถลงตัดตอนพ่อทิพย์ เฟส 3 จับตามหมาย 46 หมายจับ
27 ต.ค. 2569 | prisana_tha

"มท.4-ผบ.ตร." แถลงตัดตอนพ่อทิพย์ เฟส 3 จับตามหมาย 46 หมายจับ พบลูกชาวจีน สวมสิทธิ์คนไทย เรียนทั้งแพทย์-วิศวกร
ข่าว
27 ต.ค. 2569 | prisana_tha

"มท.4-ผบ.ตร." แถลงตัดตอนพ่อทิพย์ เฟส 3 จับตามหมาย 46 หมายจับ พบลูกชาวจีน สวมสิทธิ์คนไทย เรียนทั้งแพทย์-วิศวกร
KEY
POINTS
27 ตุลาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการปฏิบัติการ “ตัดตอนขบวนการพ่อไทยทิพย์” โดยเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 46 หมายจับ
นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ทั้งหมด 9 หน่วยงาน ขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน ในการจับกุมพ่อทิพย์ คือพ่อไม่จริงโดยขยายผลอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่และเยอะที่สุด พบการกระทำความผิด 50 รายการ 11โรงพยาบาลใน กทม. รูปแบบคือการเอาแม่ชาวจีนที่ตั้งครรภ์ เข้ามาในประเทศไทย แล้วหาผู้ชายไทยเป็นพ่อ มารับรองบุตร หวังผลในสิทธิของลูก ได้สิทธิเรื่องสัญชาติ อยู่อาศัย และการถือครองกรรมสิทธิ์ทางธุรกิจในอนาคต หลายกรณีมีการเชื่อมโยงไปถึงการเป็นนอมินีด้วย ตำรวจออกหมายจับ 46 หมาย ประกอบด้วย พ่อจริง แม่จริง พ่อทิพย์ และบุคคลที่เป็นลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า มีกรณีลูกที่ได้บัตรประชาชน และตอนนี้กำลังศึกษาคณะแพทย์ หรือ วิศวะ และจะต้องถูกตัดสิทธิมีมาตรการอะไรในทางมนุษยธรรมที่จะดูแลต่อหลังจากนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขณะที่เกิดเหตุเชื่อว่าเด็กไม่รู้เรื่อง ในส่วนของคดีว่ากันไปตามข้อเท็จจริง แต่เมื่อเกิดขึ้นจะต้องถอนสถานะทางทะเบียนก่อน หากไม่ใช่คนไทย ก็ยังสามารถเรียนหรือทำงานได้ หากในอนาคตเขาอยู่ตามหลักเกณฑ์ก็สามารถที่จะขอสัญชาติได้ตามระเบียบ
“ต่อให้โตมา 27 ปี ก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังกลับไปได้ ทำยังไงก็หนีไม่พ้น ให้เข้าไปในช่องทางที่ถูกกฎหมายดีที่สุด และทุกเคสที่เกิดขึ้น มีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง และเราเป็นเจ้าของประเทศ” นายวรศิษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลที่มีการสืบสวนสอบสวน ยังไม่พบว่าโรงพยาบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถ้าพูดกันตามข้อเท็จจริง โรงพยาบาลหลาย ๆ ที่ลงทุนเป็นหมื่นล้านบาท ถ้าเขาจะหากินกับเคสแบบนี้เป็นไปได้ยาก สิ่งที่เราพบเจอในวันนี้ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลเสียมากกว่า
ขณะที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ระบุว่า พ่อทิพย์ ทำกันมาหลายเฟสแล้ว เฟสนี้เป็นเฟสที่ 3 ครั้งแรก 29 เม.ย.69 จับกุมเจ้าหน้าที่รัฐและสำนักงานเขต 1 คน และมีเด็ก 1,483 คน ที่ต้องสงสัย จากนั้นมีการขยายผลจนมาถึงวันนี้(27 ต.ค. 69) เฟส 3 มี 46 หมายจับ แม่คนจีน 16 คน พ่อจีน 6 คน พ่อไทยทิพย์ 20 คน รวมทั้ง 3 เฟส จับกุมไปแล้ว 67 คน
ทั้งนี้ เคสที่น่าสนใจ คือ นายทวีศักดิ์ อายุ 27 ปี มีพ่อทิพย์ ชื่อนายวันชัย ประกอบอาชีพรับจ้าง ที่จังหวัดชลบุรีและมีแม่สัญชาติจีน แต่เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้ว พบว่าพ่อที่แท้จริงเป็นคนจีน ส่วนพ่อชาวไทยเมื่อ 27 ปีก่อนได้รับค่าจ้างให้จดทะเบียนสมรสกับแม่ชาวจีน โดยได้เงิน 5,000 บาท จนตอนนี้เด็กคนดังกล่าวอายุ 27 ปี เรียนจบ ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ปัจจุบันทำงานบริษัทสายไฟฟ้าใน จ.สมุทรปราการ รายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน คดีหมดอายุความไปแล้ว แต่เรื่องบัตรประชาชนยังดำเนินคดีได้ และผู้ที่ถูกจับทางกระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาอีกที
อีกเคสคือ เป็นพี่น้องฝาแฝด เมื่อ 23 ปีที่แล้ว นางหรรษมน หรือนางซูเจียน เป็นแม่ มีพ่อไทยทิพย์ คือ นายโกมนต์ แต่ตรวจสอบแล้วไม่ใช่พ่อที่แท้จริง มีการจดทะเบียนปี 45 หย่า ปี 49 และปัจจุบันนายโกมนต์ ติดคุกอยู่ โดยเด็กคนหนึ่งเรียนแพทยศาสตร์ และอีกคน เรียนวิศวะ จึงต้องดำเนินการจับกุม ส่วนมาตรการทางปกครอง ก็ต้องว่ากันไป
ตัวอย่างที่ยกให้เห็นว่า เด็กต่างด้าวที่เติบโตมาโดยการทุจริตทางทะเบียนราษฎร มีทั้งเป็นแพทย์ และเป็นวิศวกร ตำรวจได้ติดตามจับกุมทั้งหมด
สำหรับการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ร.บ.สัญชาติ กรมการปกครอง มาตรา 157 ก็เข้าข่าย บางทีเข้าไปยื่นคิวตามปกติ เราต้องดูเจตนา เป็นขบวนการหรือรายบุคคล สามารถสืบสวนไปถึงรายบุคคลได้ มีเอเยนต์ในการรับทำหรือไม่ จากการตรวจสอบพบบริษัททัวร์ เราก็ดำเนินคดีให้เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ เบื้องต้นเป็นบริษัทของคนไทย
เมื่อถามถึงขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบสูติบัตร นายอาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า ตั้งแต่มีการดำเนินการ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการร่วมกับกรมการปกครองในการตรวจสอบการจดสูติบัตร เนื่องจากมีการประชุมโรงพยาบาลกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ จะต้องแจ้งเกิดตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และคนที่มอบหมายหรือคนที่ได้รับมอบหมาย ก็จะมีโทษทั้งหมด เป็นโทษเกี่ยวกับบุคคลและการมอบหมายให้ทำ
ต่อไปนี้เรามีการห้ามไม่ให้โรงพยาบาลให้บุคคลไปจดทะเบียนเกิดแทนพ่อแม่ตัวจริง พ่อแม่ตัวจริงต้องดำเนินการเองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงการกระทำส่วนบุคคล โรงพยาบาลอาจจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ขณะที่นายอาคม กล่าวต่อว่า ขณะนี้รวบรวมเวชระเบียนโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ โดยเริ่มมา 2 เดือนแล้ว ส่งให้พนักงานสอบสวนแล้วกว่า 400 เคส หากพบเจ้าหน้าที่จัดทำหลักฐานเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาล พร้อมปรับขั้นตอนแจ้งเกิด โดยกำหนดให้พ่อแม่ไปแจ้งต่อนายทะเบียนด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบหมายเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการแทนได้ ตอนนี้ได้มีการประกาศเตือนไปยัง 500 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน ถึงบทลงโทษหากเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
ด้านนางเธียรทอง ประสานพินิจ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ทาง พม. มีกฎหมายคุ้มครองเด็กอยู่ ถึงแม้เด็กจะถูกเพิกถอนสัญชาติ ก็จะมาอยู่ในความดูแลของ พม. จากนั้นจะมีการประสานติดต่อไปยังญาติของเด็ก หากไม่พบญาติ พม. จะดำเนินการดูแลตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จนกว่าจะเจอญาติ ในกรณีที่ญาติไม่ประสงค์จะดูแลเด็ก จะต้องมีการเซ็นรับรองเพื่อมอบอำนาจให้กับทาง พม. เป็นผู้ดูแลเด็กแทน
ส่วน พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า การตรวจสอบขบวนการพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ มีเป้าหมายกว่า 1,400 คน ต้องใช้เวลา เนื่องจากการตรวจดีเอ็นเอแต่ละคดี มีค่าใช้จ่ายกว่า 10,000 บาท และต้องตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ช่องโหว่สำคัญอยู่ที่ขั้นตอนเชื่อมต่อระหว่างโรงพยาบาลกับสำนักงานเขต โดยโรงพยาบาลออกใบแจ้งเกิด ขณะที่ฝ่ายปกครองต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรับแจ้งเกิด จึงเสนอให้พิจารณานำมาตรการตรวจดีเอ็นเอมาใช้ เพื่อป้องกันการแจ้งเกิดเท็จในอนาคต
นายวรศิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ไม่ได้แค่จับอย่างเดียวแต่สิ่งที่ทำคือทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เช่น การออกนอกประเทศจะต้องแสดงใบสูติบัตร และ พ่อแม่ไม่สามารถมอบอำนาจไปแจ้งเกิดได้ ต้องเป็นพ่อแม่โดยตรงเท่านั้น และการแจ้งเกิดในอนาคตจะต้องมีการตรวจดีเอ็นเอทุกกรณี เพื่อป้องกันการผิดพลาดและป้องกันปัญหาในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้น