นายวรศิษฎ์ ระบุว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) ภาพรวมสามารถเคลียร์พื้นที่ไปได้แล้วกว่า 80% ยังคงเหลือเพียงบางจุดที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ ขณะที่เส้นทางและถนนต่างๆ สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ โดยคาดการณ์ว่าภายในวันนี้จะสามารถจัดการพื้นที่ส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย และกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตามรายงานสภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 28–29 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีฝนตกหนาแน่นในพื้นที่ภาคใต้
เปิดเกณฑ์เยียวยาประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ต่อข้อถามถึงเกณฑ์การรับเงินเยียวยาจากประกันภัยพิบัติแห่งชาตินั้น นายวรศิษฎ์ อธิบายว่า ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยปกติแล้ว แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะขังไม่ครบ 7 วัน แต่หากบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจริง ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือ โดยตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางจังหวัดภูเก็ตได้เปิดรับข้อมูลและสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินกระบวนการเยียวยาประชาชนแล้ว ซึ่งตนได้กำชับให้เร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด
“เงินก้อนนี้อาจไม่สามารถทดแทนสิ่งที่สูญเสียไปได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็เป็นการเยียวยาที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่” นายวรศิษฎ์ กล่าว
ยืนยันประกาศภัยพิบัติย้อนหลังได้ เพื่อสิทธิของประชาชน นายวรศิษฎ์ ยืนยันย้ำว่า หากมีการประกาศให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ประชาชนจะสามารถเข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยา จากประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทประกันจะต้องเข้ามาดูแลรับผิดชอบ และหลังจากนี้จะมีการดำเนินการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งแม้จะเป็นการประกาศย้อนหลัง ก็ยังคงสิทธิ์และเข้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกประการ