นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะตัวอาคาร แต่ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 หน่วยงาน ตรวจสอบต่อเนื่องว่า การใช้ประโยชน์สถานที่ การประกอบกิจกรรม และการดำเนินธุรกิจต่างๆ เข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือมีข้อกฎหมายใดที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่
ส่วนประเด็นด้านธุรกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบมีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในเครือเดียวกันและมีสำนักงานอยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล 2 บริษัท โดยข้อมูลที่จังหวัดตรวจสอบล่าสุดพบมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 261.58 ล้านบาท และมีสาขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต 4 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 6 สาขา
ขณะเดียวกัน จังหวัดอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจนำเที่ยว และกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงตรวจสอบการจดทะเบียนและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนตามข้อสงสัยที่มีการร้องเรียน
สำหรับประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้น ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยข้อมูลเบื้องต้นพบกรรมการหลัก 3 คน ซึ่ง 2 คนมีสัญชาติไทยและอีก 1 คนมีสัญชาติอิสราเอล จึงต้องตรวจสอบในรายละเอียดว่าการถือหุ้นและการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ โดยย้ำว่าการตรวจสอบจะพิจารณาตามสถานะทางกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
“เราต้องดูในรายละเอียดว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายในเรื่องใดหรือไม่ ที่สำคัญเราปฏิบัติตามกฎหมาย และต้องตรวจสอบให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง” นายโชตินรินทร์กล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คาดว่า หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจะสามารถรวบรวมผลการตรวจสอบได้ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปภาพรวมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดภูเก็ต และรายงานให้ประชาชนรับทราบ
ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับอาคารที่พบการก่อสร้างหรือดัดแปลงไม่เป็นไปตามแบบ ผู้ว่าฯ ระบุว่า มีแนวทางดำเนินการ 3 ส่วน คือ สั่งหยุดการก่อสร้าง สั่งระงับการใช้งานในส่วนที่ผิดแบบ และให้แก้ไขหรือรื้อถอนส่วนที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง ขณะที่ส่วนของอาคารที่เป็นไปตามแบบและได้รับอนุญาต สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า การตรวจสอบชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านอาคาร การใช้ประโยชน์สถานที่ การประกอบธุรกิจ การถือหุ้น และกิจกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่จังหวัดประกาศหลังการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า จะตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนสรุปผล