พลตรี วินธัย กล่าวว่า ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาจเกิดความวิตกกังวล และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม ว่าขอให้ฟังข่าวสารจากทางราชการ เนื่องจากข่าวสารในโซเชียลมีเดียมีที่มาที่หลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล และยืนยันว่าหน่วยงานในพื้นที่ทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและทหารมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และสถานการณ์ไม่ได้น่ากังวลเท่าข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย
พลตรี วินธัย เผย ส่วนสาเหตุที่ทหารกัมพูชาดำเนินการขุดคูเลตในกรณีนี้ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยในพื้นที่ถึงรายละเอียดต่างๆ แต่ด้วยพื้นที่กว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งมีหน่วยขนาดเล็ก ประจำการอยู่ตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ก็จะส่งผลให้เกิดกรณีลักษณะนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะในห้วงที่ไม่มีการขยับแนวการวางกำลัง เช่น การปะทะด้วยคารม การจัดกิจกรรม หรือแสดงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม แต่ประเด็นที่ฝ่ายไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การปรับปรุงพื้นที่ การขุดคู และการติดตั้งสิ่งกีดขวางต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแม้ฝ่ายไทยจะจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็ยอมรับว่าอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นได้เช่นกัน แต่เมื่อมีการพูดคุยและเจรจาก็จะได้รับความร่วมมือทุกกรณี
"ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลต และถอนสิ่งกีดขวาง เป็นการยอมรับว่าพฤติการณ์ดังกล่าวรุกล้ำอธิปไตยไทยหรือไม่ โฆษกกองทัพบก ระบุว่า ต้องติดตามรายละเอียดจากหน่วยในพื้นที่ เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยที่วางกำลังในพื้นที่ย่อมทราบถึงแนวการวางกำลังอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมองว่าเป็นแค่การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อรักษาความปลอดภัยของหน่วย แต่เมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้ชิดกัน ก็จำเป็นต้องมีการท้วงติง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล เนื่องจากชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้" พลตรี วินธัย สุวารี ระบุ