ดร.ปณิธาน เผยว่า โดยผลสำรวจจาก นิด้าโพล พบว่า เกิดจากปัญหา 3 กลุ่มของปัญหา มาจาก 1.งบประมาณ 2.ทุนเทา และ3.ความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น และก็ยังมีเรื่องเกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน BRN เยอะ ชี้ชัดว่าเริ่มเปิดตัวมากขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่เห็นอะไรมากขึ้น ต้องเผชิญกับความรุนแรง และความหวาดกลัวมากขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ 30% เป็นการออกมาเคลื่อนไหวที่ร่วมมือกับกลุ่มทุนเทา เรื่องนี้พื้นฐานข้อมูลมานานแล้วเรื่อง "ท่อน้ำเลี้ยง" ซึ่งการปราบปรามที่เข้มงวดขึ้นช่วงนี้ ก็เหมือนกับการล้างแค้นเอาคืน แต่ทั้หมดก็เป็นยุทธศาสตร์ของกลุ่ม BRN ยกระดับในช่วงวันสำคัญ เดือนที่แล้วก็ชัดเจน ก่อตั้งเบอร์ซาตู วันเอกราชของมาเลเซีย-อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแนวร่วมบางส่วนในพื้นที่
ดร.ปณิธาน เผย และแน่นอนปลายปีของงบประมาณ BRN ก็มียุทธศาสตร์ของเค้า ว่าต้องใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ ยั่วยุการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าต้องการการเพิ่มงบประมาณ ต้องการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาค 4 ก็พูดชัดเจนว่าเป็นไปได้เหมือนกันว่ามี เจ้าหน้าที่บางส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็กำลังสืบสวน มองภาพรวม BRN มีการรวมตัว และมีเอกภาพมากขึ้น และเป็นองค์กรสมัยใหม่ กึ่งลับ กึ่งเปิดผสมกันที่เรียกว่าไฮบริด ที่สำคัญคือมีเครือข่ายการข่าวอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างมากกว่าที่ประเมินไว้ สามารถโต้กลับอย่างเป็นระยะๆ ซึ่งก็ต้องระวังกันมากขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา
ฝีมือ BRN หรือสวมรอย BRN ดร.ปณิธาน ตอบว่า เป็นคำถามที่ดีที่สุดคำถามหนึ่ง ที่จะต้องถามกับประชาชน และได้ตอบผ่านการสำรวจไปแล้ว คือ ไม่มีกลุ่มอื่นๆ กลุ่มเบอร์ซาตู กลุ่มGMIP กลุ่มพูโล เหล่านี้ค่อนข้างที่จะลดบทบาท มีแกนนำอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีบทบาทในสถาองค์กรนำ (DPP) ส่วนสั่งการสายแนวร่วมปฏิวัติ หรือแนวร่วมปฏิบัติ คนเหล่านี้ที่จับกุมได้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา บางส่วนก็สารภาพ บางส่วนก็เข้ามาพูดคุยสันติสุขกับเรา ซึ่งองค์กรเดียวที่เข้มแข็งขึ้นก็คือ BRN ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ให้ชัดก็คงไม่ยาก แต่ยืนยันโดยทางการก็อาจจะยากหน่อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ยอมรับองค์กรนี้ ต้องบอกว่าการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในครั้งนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะประชาชนเริ่มยอมรับแล้ว องค์กรนี้มีจริง มีศักยภาพจริง และอยู่ในพื้นที่จริง ก็อย่าจกอยู่ในความหวาดกลัว สามารถให้ข่าวได้ รวมทั้งเมื่อคืนนี้มีเจ้าหน้าที่กระจายตัวออกไป ก็ไม่ได้รับข่าวที่ชัดเจนเพียงพอเพื่อยืนยันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ก็คงต้องไปปรับปรุงด้วย
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและกิจการระหว่างประเทศ ปม ไฟใต้ ว่าเป็นฝีมือ BRN หรือใครสวมรอยเป็น BRN
ช่วง 7 วันที่ ผ่านมา เจ้าหน้าที่เกียร์ว่าง หรือเจ้าหน้าที่เอาไม่อยู่ หรือทั้งสองอย่าง ดร.ปณิธาน เผยว่า เป็นการผสมกัน 2-3 ปัจจัย ไม่มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งชัดเจนที่สุดในกรณีของภาคใต้ สลับเปลี่ยนกำลัง หนุนเวียนผู้บังคับบัญชา ตรงนี้ค่อนข้างติดขัดและมีปัญหาเยอะ ทำให้เกิดสูญญากาศในเรื่องการประกอบกำลังและวางกำลัง และ2 ประกอบกับการข่าว ซึ่งทำให้การเชิญผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำก็ทำได้น้อย และมีเงือนไขเพิ่มมากขึ้น ทั้งภาคประชาชนก็ไม่ได้ตื่นตัว เพราะคงต้องดูจังหวะว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชาด้วย และความขัดแย้งในท้องถิ่นที่มันรุนแรงจะคลายตัวหรือไม่ เพราะทั้งหมดเป็นปัจจัยที่รวมกัน ในทางกลับกันนโยบายรัฐก็ต้องผสมกันด้วย ครม.สัญจรที่จะลงมาภาคใต้ ก็คงต้องหาปรับผสมสูตรนโยบายใหม่ ให้พอดีๆ ซึ่งจะยากที่สุด
ช่วงนี้เป็นช่วงแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี เกิดเกียร์ว่าง เพราะทหารบางส่วนก็จะรอดูว่าจะมีการเปลี่ยนนาย เปลี่ยนผู้นำหน่วยหรือไม่ ดร.ปณิธาน เผยว่า จริงๆเป็นอย่างนี้ มาสักพักและครับ ในพื้นที่รู้กันดี นายทหารรุ่นไหนจะสลับมา ชุดกองกำลังของภาคไหนจะเข้ามา เพราะฉะนั้นก็ชัดเจนในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เกิดสูญญากาศ ขบวนการก่อความไม่สงบก็ตัดสินใจลงมือ เตรียมแผนมาเป็นเวลาพอสมควร รอจังหวะเวลาในช่วงรอยต่อโยกย้ายสลับเปลี่ยนกำลัง
กองทัพก็รู้ช่วงโหว่นี้ ทำไมไม่แก้ไข ดร.ปณิธาน กล่าวว่า แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นระบบที่ต่อเนื่อง บางช่วงมีการกำหนดแก้ไขเวลาแก้ไขให้ชัดเจน และทำก่อนฤดูกาลเช่น ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 3 ปี วิธีการเปลี่ยน นโยเปลี่ยน หัวเปลี่ยน สภาความมั่นคง และกองทัพต่างๆก็เกิดการแปรปรวน
ดร.ปณิธาน กล่าวว่า อีกปัจจัยที่ไม่ได้พูดกันมาก คือการผสมกำลังของตำรวจ และอาสาฝ่ายพลเรือน ก็มีปัญหาเยอะ เพราะบทบาทของตำรวจน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ที่มีข้อมูลในพื้นที่ค่อนข้างมากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองท้องถิ่น ความขัดแย้งก็ดี ความหวาดกลัว และอาสาสมัคร ซึ่งเป็นส่วนหน้าสุด ซึ่งอาจต้องพิจารณาหมุนคนที่มีความสามารถที่สุด ไปไว้ในส่วนหน้าที่สุด การต่อสู้กับความรุนแรง ไม่ว่าจะกับโจรคอมมิวนิสต์ และขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในช่วง 40-5 ปี ที่ผ่านมา ความสามารถความยืดหยุ่น มีมากกว่านี้ แต่งบประมาณและกำลังพลก็น้อยกว่านี้่ แต่เราก็ยังชนะ แต่ครั้งนี้เราก็แปลกใจเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการ การแก้ปัญหาของเรา เราจ้องสงสัญญาณให้ชัดว่าการเจรจากับกลุ่มทีมีอำนาจจริง รัฐบาลต้องจัดระบบโต๊ะเจรจาตรงนั้นใหม่