เจาะลึกแผน BRN ยุคใหม่! ทำไมปี 2570 รัฐไทยยังถอนทหารไม่ได้? (มีคลิป)
11 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

เจาะลึกแผน BRN ยุคใหม่! ทำไมปี 2570 รัฐไทยยังถอนทหารไม่ได้? เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ BRN และท่อน้ำเลี้ยงทางการเงิน
ข่าว
11 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

เจาะลึกแผน BRN ยุคใหม่! ทำไมปี 2570 รัฐไทยยังถอนทหารไม่ได้? เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ BRN และท่อน้ำเลี้ยงทางการเงิน
KEY
POINTS
11 สิงหาคม 2569 ทีมข่าว "สืบสวนความจริง" NationTV22 เกาะติดสถานการณ์เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
โดยข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า BRN กำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หลังเปลี่ยนผ่านแกนนำรุ่นใหม่ ใช้ปฏิบัติการทางข้อมูลควบคู่กับการก่อเหตุรุนแรง ขณะที่รัฐยอมรับว่าแผนลดบทบาททหารภายในปี 2570 ต้องชะลอออกไป เพราะสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าพร้อม
ตลอด 22 ปีที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเผชิญกับเหตุความไม่สงบ หลายคนอาจมองว่ารูปแบบการก่อเหตุยังเหมือนเดิม แต่ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงล่าสุดระบุว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงคนก่อเหตุ แต่คือ "ยุทธศาสตร์" ของขบวนการ BRN จากอดีตที่เน้นการปฏิบัติการทางทหาร วันนี้กำลังขยับสู่การทำสงครามข้อมูลข่าวสาร ใช้โลกออนไลน์สร้างความรู้สึกร่วม และพยายามลดความชอบธรรมของรัฐ ควบคู่กับการเลือกเป้าหมายโจมตีที่มีนัยเชิงสัญลักษณ์
แผน BRN ยุคแกนนำใหม่ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้รัฐต้องทบทวนแผนถอนทหารปี 2570 และเปลี่ยนเป็นแนวคิด "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม" ข้อมูลที่กองกำลังทหารพรานระบุว่า สถานการณ์ภาพรวมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือโครงสร้างการนำของ BRN แกนนำรุ่นแรกซึ่งเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์ ปัจจุบันมีอายุราว 70 ถึง 80 ปี หลายคนลดบทบาทลง เปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อ
ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้วิธีคิดของขบวนการเปลี่ยนไป จากเดิมที่ใช้แนวคิดทางศาสนาเป็นแกนหลัก ปัจจุบันหันมาใช้ปัจจัยด้านจิตวิทยาของวัยรุ่น โดยเฉพาะการสร้างอารมณ์ร่วม ความรู้สึกอยากต่อสู้ และการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือขยายอิทธิพล
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า แม้รูปแบบการใช้อาวุธหรือการฝึกกำลังจะไม่เปลี่ยนจากเดิมมากนัก แต่ขบวนการก่อความไม่สงบจะกำหนดยุทธศาสตร์แตกต่างกันในแต่ละปี สำหรับปีนี้เป้าหมายสำคัญคือการดิสเครดิตกองกำลังของรัฐ
วิธีดำเนินการไม่ได้มีเพียงการก่อเหตุรุนแรง แต่รวมถึงการผลิตข้อมูลบนโลกออนไลน์ การสร้างกระแสในโซเชียลมีเดีย และการผลักดันประเด็นที่ทำให้รัฐถูกตั้งคำถาม
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยอมรับตรงกันว่า ปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ ของขบวนการก่อความไม่สงบ มีพัฒนาการมากขึ้น และสามารถกำหนดประเด็นในพื้นที่ รวมถึงชี้นำการรับรู้ของสังคมได้อย่างรวดเร็ว
อีกประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงหยิบยกขึ้นมาคือการใช้ถ้อยคำในการสื่อสาร ตามมุมมองของฝ่ายความมั่นคง การเรียก BRN ว่า "ผู้เห็นต่างจากรัฐ" อาจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของขบวนการที่ต้องการสร้างความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง เป้าหมายคือการสร้างความเห็นอกเห็นใจจาก 3 กลุ่ม
ได้แก่ ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังคมไทยในพื้นที่อื่น และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความชอบธรรมต่อข้อเรียกร้องทางการเมืองในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการประเมินของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นมุมมองของรัฐต่อยุทธศาสตร์ของ BRN
อีกประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญคือการผลิตแนวร่วม ข้อมูลจากการบรรยายระบุว่า ปัจจุบันมีบุคคลที่เชื่อมโยงกับขบวนการ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากพยานหลักฐานทางคดี เช่น DNA นิติวิทยาศาสตร์ หรือคำให้การของพยานเกือบ 2,000 คน
แต่เชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ ฝ่ายความมั่นคงยังประเมินว่า ปัญหาคุณภาพการศึกษา เด็กหลุดจากระบบ และการบิดเบือนคำสอนในสถานศึกษาบางแห่ง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เยาวชนบางส่วนถูกชักจูงเข้าสู่ขบวนการ ทั้งนี้ ข้อประเมินนี้เป็นมุมมองของฝ่ายความมั่นคง และยังเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายฝ่ายประกอบ
ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า ภายในโครงสร้างของขบวนการ มีหน่วยงานด้านการเงินโดยเฉพาะใช้ชื่อว่าฝ่ายเศรษฐกิจ ทำหน้าที่จัดหารายได้ บริหารงบประมาณ และจัดหาอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของขบวนการ
ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ปัจจุบัน BRN ปรับมาใช้แนวคิดเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง เป็นกลไกระดมทุน โดยมีรายได้จากเงินสมทบสมาชิก เงินบริจาค และธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย
หลักฐานสำคัญคือเอกสารที่ตรวจยึดได้จากบ้านผู้นำระดับสูงของ BRN เมื่อปี 2551 ซึ่งระบุโครงสร้างกองทุนไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งกองทุนกลาง กองทุนเครือข่าย กองทุนสมาชิก และกองทุนซะกาตระดับชาติ รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนจากต่างประเทศ
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับคำให้การของพยานในคดีพิเศษปี 2562 ที่ระบุว่า สมาชิกที่ผ่านการสาบานตนจะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนของขบวนการอย่างต่อเนื่อง ก่อนรวบรวมส่งต่อเป็นลำดับชั้นภายในองค์กร
ฝ่ายความมั่นคงยอมรับว่า ปัจจุบันทหารพรานยังเป็นเป้าหมายหลักของการก่อเหตุ เหตุผลสำคัญคือทหารพรานกระจายกำลังอยู่ในหมู่บ้าน พื้นที่ภูเขา และแนวชายแดนมากกว่าหน่วยประเภทอื่น เจ้าหน้าที่ทุกนายได้รับการย้ำเตือนว่าต้องปฏิบัติหน้าที่โดยถือว่าตนเองเป็นเป้าหมาย
กรณีโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จังหวัดนราธิวาส ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ผู้ก่อเหตุแบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ทหารหลัก ซึ่งลงมือโจมตี และทหารบ้าน ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน ดูต้นทาง และสนับสนุนการปฏิบัติ รูปแบบนี้ได้สะท้อนการแบ่งหน้าที่เป็นระบบ และทำให้การติดตามตัวผู้ก่อเหตุทำได้ยากขึ้น
การประเมินภัยคุกคามที่ยังดำเนินอยู่ กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลเตรียมปรับแผนจาก "ถ่ายโอนภายในปี 2570" เป็น "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม" เพราะตราบใดที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังประเมินว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังสามารถก่อเหตุและปรับยุทธศาสตร์ได้ต่อเนื่อง การลดบทบาทกำลังทหารในพื้นที่จึงยังไม่เกิดขึ้นตามกรอบเวลาที่เคยประกาศไว้
พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
แต่ฝ่ายความมั่นคงยังประเมินว่าเหตุการณ์ความไม่สงบส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับที่มีโครงสร้างการปฏิบัติงานแบบใต้ดิน
แม้รูปแบบการก่อเหตุจะมีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มก่อการร้ายในต่างประเทศ แต่หน่วยงานของรัฐยังใช้คำเรียกว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากการกำหนดสถานะทางกฎหมายมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
จากการประเมินของฝ่ายความมั่นคง เป้าหมายของการก่อเหตุไม่ได้กระทบเฉพาะชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่น การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวม
ซึ่งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไม่ได้เป็นภาระของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพียงลำพัง เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง งบประมาณสำหรับการรักษาความปลอดภัย การฟื้นฟู และการเยียวยา ล้วนมาจากงบประมาณแผ่นดินหรือภาษีของประชาชนทั้งประเทศ
ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา สมรภูมิชายแดนใต้ไม่ได้มีเพียงเสียงปืนและเสียงระเบิด แต่ยังมีอีกหนึ่งแนวรบที่ดำเนินควบคู่กันมาตลอด นั่นคือการช่วงชิงการรับรู้ของผู้คน
วันนี้ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า BRN กำลังให้น้ำหนักกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารควบคู่ไปกับการก่อเหตุในพื้นที่มากขึ้น ขณะที่รัฐเองก็ยอมรับว่าสถานการณ์ยังไม่เอื้อให้เดินหน้าแผนถอนทหารตามกรอบปี 2570 และต้องปรับเป็นแนวทางถ่ายโอนเมื่อพร้อม เมื่อสมรภูมิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ปฏิบัติการ แต่ขยายมาสู่หน้าจอโทรศัพท์ของผู้คน การรับมือจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังพล หากยังรวมถึงการแข่งขันด้านข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และความชอบธรรม ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อทิศทางความขัดแย้งในระยะต่อไป