เนชั่นทีวี

ข่าว

สมช.ชี้ป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ยันไม่กระทบ ครม.สัญจร

24 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สมช.ชี้ป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ยันไม่กระทบ ครม.สัญจร

เลขาฯ สมช. เผยเหตุป่วนชายแดนใต้เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์หลังทหารพรานดับ 5 นาย ชี้อาจมีภัยแทรกซ้อน ยันไม่เหมา BRN กลุ่มเดียว และไม่กระทบ ครม.สัญจร สงขลา

เลขาฯ สมช. เผยเหตุป่วนชายแดนใต้เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์หลังทหารพรานดับ 5 นาย ชี้อาจมีภัยแทรกซ้อน ยันไม่เหมา BRN กลุ่มเดียว และไม่กระทบ ครม.สัญจร สงขลา

KEY

POINTS

  • สมช. ชี้เหตุป่วนใต้เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์: เกิดขึ้นหลังทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย มุ่งสร้างสถานการณ์เผาทำลาย อปท. 15 แห่ง โดยไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
     
  • เตือนระวังกลุ่มภัยแทรกซ้อนผสมโรง: ยืนยันยังไม่เหมารวมว่าเป็นฝีมือกลุ่ม BRN เพียงกลุ่มเดียว แต่อาจมีกลุ่มอาชญากรรมและกลุ่มผลประโยชน์ร่วมก่อเหตุ
     
  • ย้ำเข้มความปลอดภัย ไม่กระทบ ครม.สัญจร: กองทัพภาคที่ 4 คุมพื้นที่แน่นและประสานมาเลเซียปิดช่องทางธรรมชาติ ยืนยันการประชุม ครม.สัญจร ที่สงขลาเดินหน้าตามปกติ

24 สิงหาคม 2569 เลขาฯ สมช. ประเมินสถานการณ์เหตุป่วนใต้ล่าสุด ชี้เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ หลังเจ้าหน้าเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามเหตุทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ด้วยการพุ่งเป้าโจมตี อปท. ยันยังไม่เหมารวมฝีมือกลุ่ม BRN ชี้อาจมีกลุ่มภัยแทรกซ้อน และอาชญากรรมเข้าร่วม ขณะที่กองทัพภาค 4 เข้มความปลอดภัย ประสานมาเลเซียปิดช่องธรรมชาติ ยืนยันไม่กระทบการประชุม ครม.สัญจร ที่สงขลา


นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังเรียกฝ่ายความมั่นคงเข้าประชุม ถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้ (24 ส.ค.) เป็นการประเมินสถานการณ์ และทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 กำลังขับเคลื่อนการทำงาน โดยเฉพาะการติดตามและพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ


ส่วนการอุดช่องโหว่เพื่อป้องกันการก่อเหตุนั้น นายฉัตรชัยเชื่อว่า กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลหลังเกิดเหตุการณ์ มีการใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยมีเป้าหมายหลักคือการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ทั้งร้านค้าและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป้าหมายสำคัญคือการลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความปลอดภัย

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

 

สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุที่เกิดขึ้นถี่นั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายจุดเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือคนในพื้นที่อาจแสดงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ต่อภาครัฐ ที่มีความเข้มข้นในการปฏิบัติงาน ภายหลังการเสียชีวิตของทหารพราน 5 นาย จึงเป็นไปได้ว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต้องการตอบโต้ฝ่ายความมั่นคง แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ


เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ต้องแยกแยะเหตุการณ์แต่ละกรณี ไม่ควรมองว่า การวางวัตถุต้องสงสัย 1 ชิ้นคือ 1 เหตุการณ์ ต้องพิจารณาความหนักเบาของสถานการณ์ ไม่ต้องการนับรวมการเผายางรถยนต์เป็นเหตุการณ์ใหญ่ เพื่อไม่ให้รายละเอียดมีความซับซ้อนเกินไป


ส่วนความกังวลต่อการก่อเหตุในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา นายฉัตรชัยยืนยันว่า ไม่กังวล เนื่องจากมีความพร้อมในการดูแล รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่


 

สำหรับการวิเคราะห์แรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ นายฉัตรชัยตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีผู้เสียชีวิต และหากนับความเสียหายด้านทรัพย์สิน มีที่ทำการได้รับความเสียหายประมาณ 51 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นการเผายางรถยนต์ ซึ่งตำรวจและกองทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการตรวจสอบว่าแต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร


ส่วนการประสานงานกับทางการมาเลเซียเพื่อสกัดกั้นผู้ก่อเหตุนั้น นายฉัตรชัยกล่าวว่า ในช่วงปีนี้มาเลเซียมีความเข้มงวดเรื่องชายแดนอยู่แล้ว มีการปิดท่าข้ามที่เป็นช่องทางธรรมชาติ แต่เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของคนในพื้นที่


-เมื่อถามว่า เป็นการก่อเหตุโดยกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มเดิม


นายฉัตรชัย กล่าวว่า เป็นการผสมผสานกัน จะระบุว่า เป็นกลุ่ม BRN เพียงกลุ่มเดียวคงไม่ถูกต้องนัก แต่มีกลุ่มภัยแทรกซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สังเกตได้จากการเผาที่ทำการ อปท. ซึ่งเป็นข้อสังเกตว่า เหตุใดเป้าหมายจึงเป็นที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อวิเคราะห์สาเหตุ รวมถึงรูปแบบการก่อเหตุที่ไม่ได้มุ่งเป้าที่ประชาชนโดยตรง อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นหลัก โดยกองทัพภาคที่ 4 กำลังเร่งควบคุมสถานการณ์


ในประเด็นเรื่องการเมืองหรือการยั่วยุเจ้าหน้าที่รัฐ นายฉัตรชัย กล่าวว่า เป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงศักยภาพและขีดความสามารถของกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ตนไม่เหมารวมว่า เป็นกลุ่มขบวนการเพียงอย่างเดียว อาจมีภัยแทรกซ้อน เช่น อาชญากรรมหรือสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่เข้ามาแสวงประโยชน์ร่วมกัน

 

ส่วนกรณีที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทราบข่าวล่วงหน้านั้น นายฉัตรชัยกล่าวว่า การคาดการณ์วันและเวลาที่เกิดเหตุเป็นเรื่องยาก แต่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่

 

สำหรับการรับมือหลังจากนี้ เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ในชั้นต้นต้องใช้ขีดความสามารถของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองให้เข้มข้นขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยต้องป้องกันทั้งภัยจากภายในและภายนอก โดยเฉพาะการดูแลด่านและท่าข้าม รวมถึงความร่วมมือกับมาเลเซียอย่างใกล้ชิด


ส่วนการเพิ่มความเข้มแข็งของกำลังทหารนั้น นายฉัตรชัย เชื่อว่า ทหารมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง พร้อมฝากให้ตรวจสอบสาเหตุที่มุ่งเป้าไปยังที่ทำการท้องถิ่นเป็นพิเศษ

 

สุดท้าย นายฉัตรชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และบังคับใช้กฎหมายให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด


 

ข่าวล่าสุด