เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดลงทะเบียนช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ เตือนระวังมิจฉาชีพ

29 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดลงทะเบียนช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ เตือนระวังมิจฉาชีพ

เขตป้อมปราบฯ เปิดลงทะเบียนช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ย้ำเตรียมบัตรประชาชน สัญญาเช่า หลักฐานความเสียหาย ขณะที่ กทม. ยืนยันเพลิงสงบแล้ว ไร้ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 11 ราย ด้านรัฐบาลเตือนประชาชนระวังเพจปลอมหลอกระดมทุน

เขตป้อมปราบฯ เปิดลงทะเบียนช่วยผู้ประสบภัยไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ย้ำเตรียมบัตรประชาชน สัญญาเช่า หลักฐานความเสียหาย ขณะที่ กทม. ยืนยันเพลิงสงบแล้ว ไร้ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 11 ราย ด้านรัฐบาลเตือนประชาชนระวังเพจปลอมหลอกระดมทุน

KEY

POINTS

  • เปิดจุดลงทะเบียนเยียวยา: วันที่ 29 ส.ค. ยื่นได้ที่ ศาลาวัดพระพิเรนทร์ (08.00–16.00 น.) และตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. เป็นต้นไป ยื่นที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
  • เอกสารที่ต้องใช้: สำเนาบัตรประชาชน, สัญญาเช่า, และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจระบุความเสียหายรายบุคคล พร้อมรูปภาพประกอบ เพื่อรับหนังสือรับรองและนัดรับเงินช่วยเหลือ
  • ควบคุมเพลิงได้แล้ว-เตือนมิจฉาชีพ: กทม. ยืนยันเพลิงสงบเวลา 05.32 น. ไร้ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 11 ราย นำส่งโรงพยาบาลแล้ว รัฐบาลเตือนประชาชนระวังเพจ/บัญชีปลอมหลอกรับบริจาค

29 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สามารถลงทะเบียนผู้ประสบภัยเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้แล้ว โดยสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้เปิดจุดรับลงทะเบียน พร้อมกำหนดขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

สำหรับวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เปิดรับลงทะเบียนเวลา 08.00–16.00 น. บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ และตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เปิดรับลงทะเบียนเวลา 08.00–16.00 น. บริเวณฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ผู้ประสบภัยควรเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจซึ่งต้องระบุรายละเอียดความเสียหายเป็นราย พร้อมรูปภาพประกอบความเสียหาย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัยให้แก่ผู้ลงทะเบียน และนัดหมายให้มารับเงินช่วยเหลือที่สำนักงานเขตอีกครั้ง จึงขอให้ผู้ได้รับผลกระทบจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และติดตามข้อมูลจากสำนักงานเขตและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลมีความห่วงใยผู้ค้าและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพราะความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ไม่ได้กระทบเพียงทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลต่ออาชีพและรายได้ จึงขอให้ผู้ประสบภัยรีบลงทะเบียนและเตรียมหลักฐานความเสียหายให้ครบ เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการช่วยเหลือได้โดยเร็ว” นางสาวลลิดา กล่าว

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด กรุงเทพมหานครรายงานว่าเพลิงสงบแล้วเมื่อเวลา 05.32 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ขณะที่ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ซึ่งได้รับการนำส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ได้กำชับให้กรมประชาสัมพันธ์ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลการลงทะเบียน ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ จุดติดต่อ เอกสารที่ต้องใช้ และมาตรการเยียวยาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประกาศเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงข้อมูลจากภาครัฐได้สะดวกและรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สนับสนุนรถไฟฟ้าส่องสว่าง รถอัดอากาศ เครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่มีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ประชาชนระมัดระวังเพจปลอม บัญชีปลอม หรือการแอบอ้างเปิดรับบริจาค โดยควรตรวจสอบชื่อบุคคล หน่วยงาน เจ้าของบัญชีธนาคาร และวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคให้ชัดเจนก่อนโอนเงิน รวมทั้งไม่ส่งต่อข้อมูลความเสียหายที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

“ขอให้ผู้ประสบภัยติดตามข้อมูลการช่วยเหลือจากสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร และช่องทางราชการเป็นหลัก ส่วนประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและบัญชีรับบริจาคก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน” นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวล่าสุด