ประเด็นร้อนดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังพลเมืองดีและเครือข่ายภาคประชาชนเผยแพร่คลิปหลักฐานการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอำเภอกบินทร์บุรี และศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พื้นที่ต่อเนื่องจังหวัดสระแก้ว
ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่รกร้างและบ่อดินเก่าใกล้เขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เพื่อลักลอบลดต้นทุนการกำจัดอย่างถูกกฎหมาย
จากการตรวจสอบของทีมสืบสวนความจริง พบ ถังน้ำมัน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตะกอนโลหะหนัก และสายไฟถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อฝนตกลงมาชะล้างทำให้มวลน้ำกลายเป็นสีดำและส้มอิฐประกอบด้วยสารโลหะหนัก
ขณะที่ชาวบ้านและอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่า เหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่เป็นการรู้เห็นและยินยอมจากเจ้าของพื้นที่เพื่อแลกกับผลประโยชน์ ท่ามกลางความกังวลว่าจะทำลายวิถีเกษตรอินทรีย์และการล่มสลายของชุมชน
ด้าน นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมปราจีนบุรี เผยว่า ชาวบ้านบางส่วนรู้ว่าเป็นเศษพลาสติกหรือกากซ่าแต่มองข้ามผลกระทบ พร้อมเสนอให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และแก้ไขปัญหาเรื่องส่วยและคอร์รัปชันอย่างเต็มความสามารถ
ล่าสุด สำนักงานอุตสาหกรรมปราจีนบุรีเก็บตัวอย่างจากจุดเกิดเหตุ 4 จุด พบสาร ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และซีลีเนียม เข้าข่ายวัตถุอันตราย ขณะที่ อบต.วังท่าช้าง ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษยังพบแหล่งน้ำเสียสีดำมีฟองขาวบริเวณฝายน้ำ ต.วังท่าช้าง ซึ่งระบุว่าเป็นน้ำกากซ่าจากการผลิตที่นำมาใช้เป็นปุ๋ยในพื้นที่การเกษตร สร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบและเร่งเอาผิดผู้ก่อมลพิษ พร้อมระบุว่ารัฐบาลรับฟังเสียงประชาชนเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ภาคประชาสังคมมองว่าคำชี้แจงเรื่องปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ในเขต EEC อาจเป็นการบิดเบือน
ล่าสุด นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้นำคณะลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านและติดตามการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดต่อไป
อิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์ "สืบสวนความจริง" NationTV22