เนชั่นทีวี

ข่าว

ทบ.โต้ป่วนใต้ 50 จุด ยันข่าวกรองไม่ล้มเหลว BRN หวังผลจิตวิทยา

24 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ทบ.โต้ป่วนใต้ 50 จุด ยันข่าวกรองไม่ล้มเหลว BRN หวังผลจิตวิทยา

โฆษก ทบ. ชี้เหตุป่วนใต้กว่า 50 จุด ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว โต้ข่าวปลอม ฮ.ยิงประชาชน ย้ำ BRN เน้นทำลายทรัพย์สินหวังผลทางจิตวิทยา ผบ.ทบ. สั่งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพงานข่าว

โฆษก ทบ. ชี้เหตุป่วนใต้กว่า 50 จุด ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว โต้ข่าวปลอม ฮ.ยิงประชาชน ย้ำ BRN เน้นทำลายทรัพย์สินหวังผลทางจิตวิทยา ผบ.ทบ. สั่งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพงานข่าว

KEY

POINTS

  • ข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว-เน้นก่อกวน: โฆษก ทบ. ยันงานข่าวไม่ได้สั่นคลอน แต่ผู้ก่อเหตุเลือกโจมตีจุดเสี่ยงต่ำนอกเขตชุมชน ทำลายทรัพย์สิน/เสาไฟฟ้ากว่า 50 จุด เพื่อหวังผลทางจิตวิทยาและกระตุ้นกลุ่มวัยรุ่น
     
  • สยบข่าวปลอม ฮ.ยิงประชาชน: โต้ข่าวเฟกนิวส์ยืนยันไม่มีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ชาวบ้าน ชี้เป็นไปไม่ได้ตามหลักยุทธวิธีกลางคืน พร้อมย้ำการใช้กำลังทหารอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสากล
     
  • ผบ.ทบ. สั่งยกระดับงานข่าว: "พล.อ.พนา" ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง สั่งเร่งปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถงานข่าวและมาตรการคุ้มกันความปลอดภัย พร้อมระบุเหตุการณ์ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกลุ่ม BRN

24 สิงหาคม 2569 กองทัพบก ร่วมกับ กระทรวงกลาโหม แถลงด่วนชี้แจง สถานการณ์ภาคใต้ หลังเกิดเหตุ ป่วนใต้ กว่า 50 จุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันระบบ หน่วยข่าวกรองทหารไม่ได้ล้มเหลว แต่เป็นยุทธวิธีของกลุ่ม BRN ที่เน้นก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สินนอกพื้นที่เพ่งเล็งเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา พร้อมสยบข่าวบิดเบือนกรณีอ้างใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน ย้ำผิดหลักยุทธวิธีกลางคืน ด้าน ผบ.ทบ. สั่งการยกระดับประสิทธิภาพงานข่าวคุ้มครองประชาชนขั้นสูงสุด


ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วมกัน ภายหลังที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก ถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด พร้อมกำชับให้สืบสวนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่บิดเบือน โดยได้กำชับให้รีบออกมาแก้ไข เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เช่น การกล่าวหาการปฏิบัติการของกองทัพ ที่อ้างว่ามีการใช้อาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่สนับสนุนกองทัพภาคต่างๆ

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

 

ขณะที่ พล.ต.วินธัย กล่าวเสริมว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าการปั่นข่าว เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงหลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ปรับวิธีการสื่อสาร โดยการก่อเหตุกว่า 50 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน และเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่ได้มีความรุนแรง หรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา โดยใช้การสื่อสาร ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการสู้รบในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายและข่าวสาร


ยอมรับว่า ในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย และมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ลงพื้นที่ไปแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจเกิดขึ้นได้ และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ เช่น การพูดของระดับฝ่ายการเมือง

พล.ต.วินธัย ยังย้ำว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับเป้าหมายที่มีลักษณะเช่นนั้น เนื่องจากมีการเคลื่อนที่เร็ว และเป็นช่วงเวลากลางคืน ซึ่งทัศนวิสัยการมองเห็นเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเห็นตามภาพยนตร์ก็จะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ในลักษณะกับเป้าหมายเป็นกลุ่มมากกว่า เช่น การคุ้มกัน ซึ่งตามหลักยุทธวิธีไม่ใช่อยู่แล้ว


นอกจากนี้ การใช้กำลังพลของกองทัพบก ในการสนับสนุนภารกิจของ กอ.รมน. อยู่ในกรอบกติกาทุกอย่าง และเป็นสากล ซึ่งการใช้อาวุธเป็นไปได้ยาก ยกเว้นมีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุ อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และมีความคืบหน้าพอสมควร ส่วนที่มีการมองกันว่า การก่อเหตุคืนเดียว 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมด


พล.ต.วินธัย กล่าวว่า หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วนำมาหารเฉลี่ย ก็ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว และงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชน และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่า แผนทางยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มก่อกวนมากกว่า โดยเน้นให้มีจำนวนการก่อเหตุให้มาก เพื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปสร้างขวัญและกำลังใจของวัยรุ่น ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องชีวิต เพราะเป็นลักษณะการเผาทำลายทรัพย์สิน เพื่อต้องการให้มีสัญลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้น และการก่อเหตุดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ด้วยจำนวนพื้นที่ที่เยอะมาก และเรื่องพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกเพ่งเล็ง เช่น การทำลายเสาไฟฟ้า ซึ่งมีเป็นแสนต้น


พล.ต.วินธัย ยังระบุถึงข้อกังขาการข่าวในพื้นที่มีปัญหา ว่า การข่าวมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ และการข่าวในระบบ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะอย่างนี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า จะต้องเพิ่มการข่าว ในระดับเหตุการณ์เล็กๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีลักษณะสอดประสานกัน ข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่ามีประโยชน์ ปัจจุบันเรียกว่า ประชาคมข่าว เพราะจะเห็นการบูรณาการทางด้านการข่าวมากที่สุด และเชื่อว่าไม่น่าจะใช่ระบบการข่าวสั่นคลอนแต่เป็นการแยกกันทำ รวมกันคิด ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการข่าวยังไม่แม่นนั้น หากพิจารณาเขาต้องการที่จะก่อเหตุทุกวัน แต่อาจทำได้แค่วันเดียว หรืออาจจะเกิดจากความไม่พร้อม ซึ่งก็ยังมองยาก แต่โดยลักษณะการปฏิบัติที่เกิดขึ้นยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ได้ทั้งหมดจากงานทางด้านการข่าว ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีหลายพื้นที่ และในแต่ละพื้นที่ก็มีหลายอำเภอ แต่จังหวัดนราธิวาส ถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุด


พร้อมยอมรับว่า เจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน พล.ต.วินธัย ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ และขอยืนยันว่างานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว ซึ่งความพยายามของผู้ก่อเหตุมีค่อนข้างสูง เพราะรู้ว่าคำถามเหล่านี้จะย้อนกลับไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้แนวทางการแก้ไขปัญหาเข้าทางฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่สถานการณ์ในภาพรวมจากสถิติยังดีอยู่ การสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีต ถือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้น


พร้อมย้ำว่า ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN ทั้งนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โดยตลอด และได้เน้นย้ำในเรื่องงานด้านการข่าว ให้มีการปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถให้มากขึ้น และเพิ่มมาตรการการคุ้มครองความปลอดภัย 


ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานการทำงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้เกิดการสอดรับพร้อมๆ กัน และมีในเรื่องของวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น โดยไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า วัตถุประสงค์คืออะไร แต่การทำงานเป็นขบวนการ และต้องสาวให้ลึกว่า สาเหตุหลักในการก่อเหตุต้องการอะไร 



พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม

 

ข่าวล่าสุด