"มีคำถามเสมอว่าทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุมากขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน" นายฐนัตถ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้าง หรือเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากการที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย
นายฐนัตถ์ ยอมรับว่า ก็มีส่วน เช่น ในพื้นที่ยะลาส่วนใหญ่เป็นเหตุก่อกวน และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งผิดกฎหมาย แต่ในพื้นที่นราธิวาส มีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เคสจับยาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงในพื้นที่ปัตตานี ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกว่าเป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ใด หากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มใดได้ เพราะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
เมื่อถามย้ำว่ารู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่
ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ระบุว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่น หากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มมีวิธีการปฏิบัติการแบบใด
ส่วนการข่าวในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้างนั้น
นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว
นายฐนัตถ์ ยังกล่าวถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ ว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารต้องจัดเตรียมกำลังกันใหม่ และต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่น ควรมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษก็ต้องคุยกับทหารในพื้นที่ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร
ส่วนจะต้องให้ทางการมาเลเซียช่วยอะไรหรือไม่
นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และในช่วงนี้อาจต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย