พบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่บนถนน อาทิ ปลอกกระสุนปืน M16, อาก้า และปืนพก 11 มม. รวมทั้งปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆ ที่กลุ่มคนร้ายได้คัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก และที่บริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนจำนวนหลายจุด
นอกจากนี้ ที่บริเวณปลายหัวสะพานด้านซ้ายมือของจุดตรวจ ซึ่งเป็นหอสูง คนร้ายได้ขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ 1 ลูก ขณะหลบหนีหลังก่อเหตุแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
พบคนร้ายทำงานเป็นทีม อย่างมีระบบ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าจุดตรวจ และที่ติดตั้งไว้บริเวณฝั่งตรงข้ามด้านขวามือของจุดตรวจ พบว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีจำนวน 9 คน
โดยชุดแรก มี 7 คน ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา นั่งที่กระบะหลัง 6 คน แต่งกายชุดสีดำเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานพร้อมสวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า
ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 2 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนขับแต่งกายใส่เสื้อสีขาวสวมหมวกกันน็อค มีอาวุธปืนพก 11 มม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชายแต่งกายอำพรางด้วยชุดฮิญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืนอาก้า ขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่หลังรถยนต์กระบะทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง
คนร้ายกวาดปืนไป 5 กระบอก พร้อมเสื้อเกราะ 4 ตัว
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า กลุ่มคนร้ายขับรถยนต์กระบะมาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส โดยมีรถยนต์กระบะขับนำหน้าแล้วมีรถจักรยานยนต์คุ้มกันตามไล่หลังมา เมื่อถึงบริเวณหน้าจุดตรวจพบเจ้าหน้าที่ทหารพราน 3 นาย ทำหน้าที่ตั้งจุดตรวจ คนร้ายได้ชะลอความเร็วให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงคราม M16 และอาก้า ยิงถล่มใส่
กวาดปืน 5 กระบอก
เมื่อเจ้าหน้าที่ล้มลง คนร้ายได้จอดรถให้คนลงมายิงซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าทหารทั้ง 5 นายที่อยู่ในบังเกอร์เสียชีวิต
จากนั้นได้รื้อค้นเอาอาวุธ ปืนอาก้าพับฐาน 4 กระบอก และอาวุธปืนพกขนาด 11 มม. 1 กระบอก รวม 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง และโทรศัพท์เจ้าหน้าที่อีก 3 เครื่อง ขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไปทางเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง ได้จอดรถจักรยานยนต์บนถนนแล้วช่วยกันใช้อาวุธปืน 11 มม. และอาก้า ยิงคุ้มกันเพื่อให้คนร้ายแยกย้ายลงมาค้นเอาเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนประจำกายของทหารที่เสียชีวิต
เมื่อปฏิบัติการแล้วเสร็จจึงขับรถจักรยานยนต์หลบหนีตามกันไป ทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการปฏิบัติการเพียง 1 นาที 30 วินาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ ทราบจากแหล่งข่าวว่า ปกติจุดตรวจบูเก๊ะซามีจะมีกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ 8 นาย แต่วันเกิดเหตุเหลือเพียง 5 นาย อีก 3 นายลาพัก กลุ่มคนร้ายจึงอาศัยช่องโหว่นี้ลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะมุ่งหน้าไปยังรอยต่อ อ.จะแนะ กับ อ.ศรีสาคร
กระทั่งเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน พ.ต.อ.คณิต เต่งทิ้ง ผกก.สภ.ศรีสาคร ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านไอร์เจี๊ยะ ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ว่ามีเหตุไฟไหม้รถยนต์กระบะนิสสัน ทะเบียน ผน 6866 สงขลา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่าถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบพบว่าหมายเลขทะเบียนดังกล่าวเป็นของรถอีซูซุสีน้ำตาลใน อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ส่วนรถกระบะนิสสันที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขคัสซีเพื่อหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป