💥ส่วนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย
1. เด็กชายฮาบี๊บ อายุ 10 ปี
2. นายมูฮำมัดอาลี อายุ 67 ปี
3. นางฟัรฮะห์ อายุ 67 ปี
4. นายมูฮำมัดฮาฟิต อายุ 15 ปี
5. เด็กหญิงอวาฏิฟ อายุ 3 ปี
6. นายมะไซฟู อายุ 21 ปี
โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว เหลือเพียง เด็กชายฮาบี๊บ อายุ 10 ปี ที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลระแงะ โดยอาการโดยรวมปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด
💥คนร้ายชิงอาวุธปืน-เสื้อเกราะ-โทรศัพท์ ของเจ้าหน้าที่ ก่อนหลบหนี
ด้านความคืบหน้าการติดตามผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ยังคงบูรณาการกำลังเร่งสืบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังก่อเหตุ คนร้ายได้ชิงอาวุธปืนประจำกายแบบ AK-47 ของกำลังพล จำนวน 3 กระบอก พร้อมเสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ก่อนหลบหนีไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 4055 สายตันหยงมัส - ดุซงญอ
💥เผาทิ้งรถกระบะใช้ก่อเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งและวางเพลิงเผาทำลาย บริเวณบ้านไอร์เจี๊ยะ หมู่ 5 ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอศรีสาคร อำเภอระแงะ และอำเภอจะแนะ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 21 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์หลักฐานและขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
💥ประกอบพิธีรดน้ำศพทหารกล้า 23 ก.ค.
สำหรับกำลังพลผู้เสียชีวิตมีกำหนดประกอบพิธีรดน้ำศพในวันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) ณ วัดบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างกลับภูมิลำเนาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
หน่วยงานด้านความมั่นคงยืนยันว่า จะเร่งรัดการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุอย่างเต็มกำลัง พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หรือสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
💥นายกฯสั่งติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
ล่าสุด เวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวสั้นๆว่า “ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
นายกฯ ได้มีการสั่งการทุกหน่วยงานไปแล้วทั้ง ทหาร ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เมื่อคืนนี้
ส่วนที่มีสถานการณ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะลงพื้นที่ติดตามด้วยตัวเองหรือไม่
นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ ย้ำว่าได้สั่งการไปทั้งหมดแล้ว
💥กมธ.ทหาร ประณามเหตุรุนแรง
คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ เรื่องประณามเหตุก่อการร้ายและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความรุนแรงและเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละต้องเสียชีวิตหลายนาย และมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก
คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทยและกลไกนิติบัญญัติที่ติดตามปัญหาความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าที่เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้
1. คณะกรรมาธิการฯ ขอประณามการก่อเหตุรุนแรงและการใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทสิทธิมนุยชนอย่างร้ายแรง และขัดต่อหลักการสากล ศีลธรรมอันดีงาม ตลอดจนความพยายามในการสร้างสันติสุขในพื้นที่
2. ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
3. ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการชดเชยเยียวยาทางจิตใจอย่างเต็มที่ รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและขวัญกำลังใจของผู้ได้รับผลกระทบอย่างสมเกียรติสมกับความเสียสละ
4. คณะกรรมาธิการฯ จะเร่งประสานงานและติดตามตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของกองทัพและฝ่ายปกครอง เพื่ออุดรอยรั่วและป้องกันในให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในลักษณะนี้ซ้ำรอย
คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ขอยืนหยัดเคียงข้างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายและพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมผลักดันมาตรการทางนิติบัญญัติและการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสูงสุดอย่างยั่งยืนต่อไป