พวกเราขอเรียนต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเราอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบราชการ อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายให้คุณให้โทษและกำหนดความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ รวมถึงการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งอนุกรรมการต่าง ๆ ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดทิศทางการดำเนินคดี ส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติงานทุกระดับ
ความเงียบที่เกิดขึ้น จึงมิใช่ความยินยอม หากแต่เป็นผลมาจากข้อจำกัดของระบบที่สาธารณชนควรที่จะได้รับรู้ตามความเป็นจริง
นอกจากนี้ ยังปรากฏคลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาแล้วก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นพฤติการณ์ของกรรมการ ป.ป.ช.อีกราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับนายตำรวจคนเดียวกัน ในการเข้าพบผู้มีอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อขอไม่ให้กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาดำเนินไปตามปกติ ซึ่งข้อเท็จจริงต่อมาปรากฏว่า การตรวจสอบในกรณีดังกล่าวได้ยุติลงอย่างครหา
เหตุการณ์เหล่านี้เมื่อทุกท่านได้พิจารณาร้อยเรียงร่วมกับข้อกล่าวหาในปัจจุบัน ย่อมสะท้อนให้ขบวนการและปัญหาทางจริยธรรมร้ายแรงที่ไม่อาจเพิกเฉยได้
ด้วยเหตุนี้
พวกเราจึงขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรสภาวิชาชีพทางกฎหมาย นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาวิชาชีพ สื่อมวลชน ให้ร่วมกันใช้บทบาทตามหน้าที่ในเรียกร้องหลักความรับผิดชอบทางจริยธรรมในกรณีดังกล่าว เพื่อรักษามาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของสำนักงาน ป.ป.ช.
พวกเราขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีว่า แม้ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว แต่พวกเรายังคงยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดหลักนิติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสง่างามต่อไป
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 โดยมีเนื้อหาขอให้กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาว่าในกรณีการให้สินบนทองคำ ควรลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ เพื่อปกป้ององค์กร รักษาศรัทธาของประชาชน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขรก. - เจ้าหน้าที่ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์จี้ กรรมการป.ป.ช.ลาออก