ขณะที่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาสนับสนุน ติดตั้งเซ็นเซอร์ วัดระดับความลาดเอียง เพิ่มเติมอีก 11 ตัว ใน 9 ตำแหน่งรอบอาคารที่ทรุดตัว อาคารข้างเคียง ซึ่งจะช่วยให้ทีมวิศวกร ได้รับข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำขึ้นแบบเรียลไทม์ ในการเฝ้าระวังและดูแลอาคารเพื่อความปลอดภัย
เร่งอุดรอยรั่ว! เพิ่มเครื่องจักร 6 ตัวซ่อม ใต้อุโมงค์รถไฟ
ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ และประธานการประชุมในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยความคืบหน้า ว่า สถานการณ์เริ่มส่งสัญญาณไปในทิศทางที่ดีขึ้นและสามารถควบคุมระดับน้ำได้แล้ว ทางด้านผู้รับจ้างได้ดำเนินงานฉีดปูนและสารเคมีเพื่ออุดรอยรั่วซึม สำเร็จไปแล้ว 1 จุด ผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ โดยสามารถควบคุมระดับน้ำในอุโมงค์ให้คงที่ได้แล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ต้องสูบออกลดลงจากเดิม 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เหลือเพียง 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่รั่วซึมเข้ามาในอุโมงค์มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อเป็นการเร่งรัดการทำงาน วันนี้ทางผู้รับจ้างได้มีการเพิ่มกำลังเครื่องจักรในการ ฉีดปูนและสารเคมีเพื่ออุดรอยรั่วซึม จากเดิม 2 ตัว เป็น 6 ตัว (เปิดใช้งานปฏิบัติงานจริง 5 ตัว และสำรองไว้ 1 ตัว) โดยปัจจุบันมีการใช้สารเคมีในกระบวนการนี้ไปแล้วประมาณ 170 ลูกบาศก์คิว นอกจากนี้ ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานรื้อย้ายสะพานลอยในพื้นที่ออก เพื่อลดน้ำหนักกดทับโครงสร้างชั้นดิน และเพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรขนาดใหญ่ สามารถเข้าปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ จากการตรวจสอบด้วยเครื่องวัดรอยทรุดตัวอย่างละเอียด พบว่าตัวเลขค่อนข้างนิ่ง และไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติมของอาคารแล้ว เช่นเดียวกับสภาพพื้นผิวและการจราจรในภาพรวมที่เริ่มนิ่งขึ้น
เร่งเยียวยาชาวบ้าน ขอความร่วมมือออกจากที่พักก่อน
สำหรับผู้ที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี เปิดเผยว่า ได้ประสานกับผู้อำนวยการเขตคลองสานดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย เนื่องจากสถานการณ์เริ่มนิ่ง ยังมีประกาศคำสั่งบังคับแต่เป็นการขอความร่วมมือให้ประชาชนออกจากที่พักอาศัยไปก่อน ขณะที่ทางผู้รับเหมาเอกชนได้อำนวยความสะดวกจัดหาที่พักชั่วคราวให้แล้ว และได้สั่งให้ช่างโยธาออกตรวจสอบอาคารทุกวัน ว่ามีการวิบัติเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการวิบัติเพิ่มจะต้องออกคำสั่งบังคับให้ประชาชนที่อยู่ที่อยู่อาศัยออกจากที่พักทั้งหมด
สำหรับการจัดที่พักอาศัย มีเปิดอพาร์ทเมนท์และโรงแรมรองรับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กว่า 140 ห้อง มีการย้ายไปอยู่บ้านญาติกว่า 50 คน ส่วนอีก 32 คนยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่บริษัทผู้รับเหมาได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และให้ความช่วยเหลือผู้ที่พักอาศัยที่ได้รับผลกระทบจากอาคารและอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่รัศมี 30 เมตร ซึ่งก็มีประชาชนเดินทางมายื่นเอกสารและยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยมาตรการช่วยเหลือมีทั้งการจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวให้และให้ผู้รับผลกระทบจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวเอง โดยนำใบเสร็จมาเบิกค่าที่พักในวงเงินที่กำหนด
ทางบริษัทเอกชน ได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ที่ได้รับผลกระทบ 13,000 บาท ทันที เมื่อยื่นเอกสารครบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากจะดำเนินการไปหาที่อยู่อาศัยใหม่ด้วยตัวเอง ที่สะดวก ในระยะเวลาหนึ่งเดือน
โดยชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกกังวล นอนหลับบ้าง ไม่หลับบ้าง จึงจำเป็นต้องย้ายออกไป ส่วนการช่วยเหลือของเอกชนถือว่าช่วยเหลือได้อย่างดี ส่วนตัวเลือกทางเลือกที่2 หาที่พักเอง แล้วนำใบเสร็จมาเบิก
ขณะที่ชาวบ้านอีกราย กล่าวว่า สาเหตุที่ย้ายออกไปหาที่พักชั่วคราว มาจากความกังวลด้วยส่วนหนึ่ง เพราะที่บ้านเป็นห่วง เบื้องต้นต้องออกจากที่อยู่อาศัยเดิม 30 วัน อาจจะกระทบบ้าง เพราะมันกะทันหัน ตอนนี้ขนแต่ของที่จำเป็นออกไปก่อน แม้จะไม่ได้มีการบังคับว่าห้ามเข้าไปที่พักอาศัย หลังจากนี้อาจจะมีการประเมินว่าจะอาศัยอยู่บริเวณนี้ต่อหรือไม่ หากครบสัญญาเช่าที่พักอาศัย
"สิริพงศ์" รุดตรวจ พบรอยแยกตึกหดตัว เร่งเดินหน้าซ่อมเต็มที่
ช่วงบ่าย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมโดยยืนยันว่า รัศมีผลกระทบยังจำกัด ในรัศมีประมาณ 28 เมตร และยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ยังไม่พบเสียงดัง หรือ สิ่งผิดปกติที่เป็นสัญญาณอันตราย ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำรั่วซึม ปริมาณน้ำที่รั่วซึมเข้าไปในอุโมงค์ลดลงจาก 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เหลือเพียง 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่รอยแยกของอาคารที่เคยขยายกว้างถึง 8.7 เซนติเมตร ล่าสุดหดตัวลดลงเหลือเพียง 7 เซนติเมตรกว่า เป็นผลจากการใช้วิธีการฉีดน้ำปูนลงใต้ดิน เพื่อดันชั้นดินกลับและพยุงโครงสร้างอาคารไว้ ในทางวิศวกรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่รับได้และเป็นการแก้ปัญหาที่ได้ผลดี
สำหรับการเร่งรัดงาน วันนี้มีการเพิ่มเครื่องจักรฉีดน้ำปูนเป็น 5 จุด และเตรียมเพิ่มเป็น 6 จุด พร้อมทั้งรื้อถอนสะพานลอยในพื้นที่ออกชั่วคราว เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องถอดประกอบ ช่วยให้การแก้ไขปัญหาทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น คาดว่า จะใช้เวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 วัน หรืออาจเร็วกว่านั้น หากสถานการณ์ยังคงตัว
กระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้ผู้รับเหมา และ รฟม. เข้าไปเยียวยาชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ขาดรายได้จากการปิดพื้นที่ แม้อาคารจะไม่ได้รับความเสียหายเชิงโครงสร้างก็ตาม
ส่วนการจราจรบนผิวถนนที่ยังพบรอยแยกจากการสั่นสะเทือนของรถใหญ่นั้น จะยังคงปิดพื้นที่ต่อไป จนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์