โดย พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ดีเอสไอร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยได้สืบสวนสอบสวนกรณีที่มีการเปิดบริษัท ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เปิดเป็นโบรกเกอร์ และมีการชักชวนให้ลงทุน เพื่อได้ส่วนต่างจากค่าเงิน ซึ่งมีผู้ประกอบกิจการ 3 กลุ่ม
ดีเอสไอ แถลงข่าว
1.โบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเว็บเพจให้มาลงทุน มี 4 บริษัท เป็นเครือข่ายเดียวกัน
2.เป็นบริษัทชักชวนลงทุน ให้คำแนะนำ สอนเทรด หลังมีผู้สนใจเทรดหรือลงทุนก็จะแนะนำให้ไปพบโบรกเกอร์ โดยไปซื้อขายจากโบรกเกอร์
3.กลุ่มเพย์เมนท์ เกตเวย์ ที่รับส่งเงิน โดยทั้ง 3 กลุ่ม พบความเขื่อมโยงกัน ทำให้วันที่ 16 มิ.ย. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าตรวจค้น 24 จุดในเขต กทม.-ปริมณฑล
ซึ่งผลการตรวจค้นพบเอกสารจำนวนมาก และมีการตรวจยึดสิ่งของที่ใช้เป็นพยานหลักฐาน รถยนต์ 15 คน เป็นรถหรู 5 คัน จยย. 4 คัน เงินสด ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ 50 บาท กระเป๋าแบรนเนม นาฬิกา 113 เรือน เงินแท่ง 12 กิโลกรัม เงินต่างประเทศ มูลค่า 6 แสนบาท อาวุธปืน 3 กระบอก คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง ฮาร์ดแวร์วอเล็ต 4 ซิม และอื่นๆ โดยจะยึดไว้ตรวจสอบว่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานได้อย่างไร โดย ดีเอสไอจะดำเนินการขยายผลได้อย่างไรและมีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง
ขณะที่ ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยถึงพฤติการณ์การสืบสวนคดีว่า ในคดีนี้ เป็นคดีเรื่องของการหลอกลวงลงทุน forex โดยดีเอสไอ ทำการสืบสวนมา 6 เดือนแล้ว เป็นการสืบสวนในมิติที่เริ่มจากกลุ่มสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ จากเส้นทางการเงิน
โดยพบว่า ผู้เสียหายและผู้เล่นการพนัน โอนเงินไปในรูปแบบต่างๆและไปในหลายขั้นตอน และการโอนเงิน ปรากฎว่าไปเชื่อมโยงกับเพย์เมนท์ เกตเวย์ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายและมีความสุ่มเสี่ยงที่ผิดกฎหมาย และพบว่าเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยง เพย์เมนท์ เกตเวย์ ก็พบเส้นเงินที่เกี่ยวข้องกับการเทรด forex และมีเงินหลายล้านบาทที่มีความเกี่ยวข้องทำให้ ชุดสืบสวนมีความสนใจในเส้นทางการเงินของ forex จึงได้ประสานกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูล
โดย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้อนุญาตให้เทรด forex ในประเทศไทยแม้จะมีการกล่าวอ้างว่าจดทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งแนวทาง forex ซ์ มี 3 แนวทาง
1.โบกเกอร์เทรด
2.ไอบี (IB) คือ การชักชวน ให้องค์ความรู้ทำยังไงให้เทรดได้ และแสดงถึงการมีทรัพย์สินเงินทองเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปเททรดและมีเงินเข้าระบบมากขึ้น
3.ระบบ เพย์เมนท์ เกตเวย์ ที่เป็นนิติบุคคลให้เส้นทางการเงินไหลสู่ เพย์เมนท์ เกตเวย์ และเปลี่ยนเป็นเงินดิจิตอล
"พร้อมทั้งยืนยันว่า ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาได้ติดตามผู้เสียหายได้ โดยผู้เสียหายมาสังเกตุการณ์ด้วย ผู้เสียหายท่านนี้มีความเสียหาย 70 ล้านบาท และเฉพาะกลุ่มนี้ประเมินแล้วเสียหาย 500 ราย" ร.ต.อ.เขมชาติ เผย
ส่วนกรณีที่เขื่อมโยงกับ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาชน
ร.ต.อ.เขมชาติ ยืนยันว่า เส้นทางที่ตรวจพบ มีความเขื่อมโยงจริงการโอนเงินไปยัง นายภาวุธ นักการเมือง 28 ล้านบาท โอนจำนวนหลายครั้งครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง
"ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า การรับโอนเงินจากบุญชีบุคคลเป็นความผิดที่ชัดเจน ดังนั้น กองคดียินดีรับข้อมูลจากทุกด้านเพื่อพิจารณา และผู้ที่กล่าวถึงยังไม่ได้บอกว่าเป็นผู้กระทำความผิดแล้วหรือผู้ต้องหา แต่ต้องเข้าไปตรวจสอบเพราะมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกัน ยืนยันคดีนี้มีไม่มีใบสั่งทางการเมือง" ร.ต.อ.เขมชาติ เผย
อธิบดีดีเอสไอย้ำ
พ.ต.ต.ยุทธนา ยืนยันย้ำว่า กรณี นายภาวุธ โอนเข้าบริษัทนิติบุคคล 2 ทอด แล้วโอนเข้าบัญชีส่วนตัว 14 ครั้ง รวม 28 ล้านบาท ขณะนี้บุคคลดังกล่าวยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และท่านเป็น สส. อยู่ในสมัยประชุม ยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หลังปิดสมัยประชุม จะมีหนังสือเชิญมาให้ข้อมูล