ต่อมาเมื่อได้รับการประสานดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ นายทอล ซีเนียร์ เพื่อติดตามตัวส่งกลับไปประเทศต้นทาง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สืบทราบแหล่งที่พักของนายทอล ซีเนียร์ และตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่าได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามจนพบตัว และได้นำคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเข้าควบคุมตัว
เมื่อนำตัวมาตรวจสอบที่ห้องพักในคอนโดหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหาดเฉวง ซึ่งตามรายงานพฤติการณ์นายทอล ซีเนียร์ ยังได้เข้ามายุ่งเกี่ยวและเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในประเทศไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในห้องพักของ นายทอล ซีเนียร์ พบยาเสพติดประเภทโคเคน ยาอี หรือMDMA ยาบ้าชนิดผง แบ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสไว้ในครอบครองซุกซ่อนอยู่ภายในห้องครัว พร้อมเครื่องชั่งยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ตรงตามรายงานพฤติการณ์ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
นายทอล ซีเนียร์ ได้ให้การในชั้นจับกุมว่า ตนเป็นสมาชิกกลุ่มค้ายาเสพติดในประเทศอิสราเอล และถูกตามจับตัว ก่อนหลบหนีมาอยู่ประเทศไทย ส่วนยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบ นายทอล ซีเนียร์ อ้างว่าซื้อมาจากปาร์ตี้แห่งหนึ่งหลังจากที่ไปเที่ยวมาจากเกาะพะงันเพื่อเก็บไว้เสพเอง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การ และจะสืบสวนขยายผลแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป
จากนั้นได้นำตัว นายทอล ซีเนียร์ ส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดครอบครองยาเสพติดประเภท 1 และประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย เมื่อดำเนินคดีเสร็จสิ้น จะดำเนินการส่งกลับไปประเทศอิสราเอล พร้อมบันทึกเป็นบุคคลต้องห้าม หรือแบล็คลิสต์ ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทยต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ชูธเรศ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและชาวต่างชาติที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักร และขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยขอให้ปฏิบัติตนตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย