”วิเชียร“อดีตนายกฯสภาทนายฯเปิดข้อกฎหมายรอบด้าน รถไฟชนรถเมล์
18 พ.ค. 2569

”วิเชียร“อดีตนายกฯสภาทนายความเปิดข้อกฎหมายรอบด้าน ใครต้องรับผิด เคสรถไฟชนรถเมล์ ยกเเนวฎีกา นายจ้างร่วมรับผิดทางเเพ่ง
ข่าว
18 พ.ค. 2569

”วิเชียร“อดีตนายกฯสภาทนายความเปิดข้อกฎหมายรอบด้าน ใครต้องรับผิด เคสรถไฟชนรถเมล์ ยกเเนวฎีกา นายจ้างร่วมรับผิดทางเเพ่ง
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถไฟชนรถเมล์ สาย 206 ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน จนไฟลุกท่วม เป็นเหตุสะเทือนขวัญให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บสาหัสหลายราย ว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของท่านที่เสียชีวิตในเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารในครั้งนี้ ในเรื่องความรับผิดเมื่อรถไฟชนรถยนต์โดยสารตรงบริเวณจุดตัดระหว่างถนนและทางรถไฟ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นดังกล่าว จำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่มีส่วนทำให้เกิดความเสียหาย
ในส่วนหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสำคัญควรแก่การนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดีในครั้งนี้ได้แก่ พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 (มีผลบังคับใช้มาแล้วกว่า100 ปี) มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับให้วางรางคู่กำกับเพื่อให้มีช่องพอครีบล้อรถผ่านไปมาได้ กับให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนหรือทางนั้นตามสมควรแก่การ มาตรา 85 ผู้ใดขับรถ หรือล้อเลื่อนอย่างอื่น หรือไล่ต้อนสัตว์ข้าม หรือไปตามทางรถไฟ เว้นไว้แต่ตามเวลาและที่ที่กำหนดให้ไว้ก็ดี หรือไม่ปฏิบัติการตามคำสั่งอันสมควรของพนักงานรถไฟก็ดี มันมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น 1
ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบในการเลี้ยงรักษาปศุสัตว์ ปล่อยให้สัตว์เทียวไปในที่ดินรถไฟ ให้ปรับเป็นพินัยไม่เกินกว่าตัวละ 2 บาท
พนักงานรถไฟมีอำนาจนำหรือไล่ต้อนสัตว์นั้นไปยังโรงพักตำรวจที่ใกล้ที่สุด แล้วมอบให้รักษาไว้จนกว่าจะได้รับเงินค่าปรับและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงรักษานั้นได้
มาตรา 88 พนักงานรถไฟคนใดเสพสุราจนมึนเมาในเวลาทำการตามหน้าที่บนรถไฟ หรือทำกิจการอื่นของรถไฟก็ดี หรือละเลยไม่ทำการตามหน้าที่โดยความประมาทก็ดี หรือกระทำการนั้นด้วยอาการอันไม่สมควรก็ดี มันมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น 2
ถ้ากิจการดังว่ามานี้ เมื่อละเลยเสียไม่กระทำ หรือกระทำโดยความประมาทอาจเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายแก่ผู้โดยสารหรือผู้ที่อยู่ในที่ดินรถไฟ มันมีความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษชั้น 4
ถ้าว่าเป็นด้วยความประมาทอย่างอุกฤษฐ์(ประมาทอย่างร้ายเเรง) จนเกิดอุบัติเหตุทำให้บุคคลตายหรือบาดเจ็บท่านว่ามันมีความผิดต้องระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 252 หรือมาตรา 259
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 63 บัญญัติว่า ในทางเดินรถตอนใดที่มีทางรถไฟผ่านไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณระวังรถไฟหรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตรเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดีอนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 425 บัญญัติว่านายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ความรับผิดทางแพ่ง ถ้าหากข้อเท็จจริงฟังเป็นอันยุติได้ความว่าทางรถไฟที่จุดตัดกับถนนบริเวณที่เกิดเหตุ ไม่มีราวกั้นหรือมีราวกั้นแต่ไม่สามารถใช้งานได้ด้วยประการใด หรือไม่เป็นไปตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464
เมื่อก่อให้เกิดความเสียหายย่อมถือได้ว่าเป็นการทำละเมิด ซึ่งการทำละเมิดนั้นหมายความรวมทั้งการกระทำและการละเว้นในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อการป้องกันความเสียหาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าทางรถไฟและรถไฟขบวนที่ชนรถยนต์โดยสารนั้นเป็นของการรถไฟ จึงหนีไม่พ้นที่การรถไฟจะต้องร่วมรับผิดชอบในผลแห่งละเมิดนี้ด้วย
ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 1640 / 2506 การทำละเมิดนั้น หมายความรวมทั้งการกระทำและการละเว้นในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลเสียหายด้วย ฉะนั้นเมื่อลูกจ้างของจำเลยผู้ดำเนินกิจการรถไฟมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟผ่านข้ามถนน ละเลยไม่ปิดแผงกั้นถนนขณะรถไฟผ่าน เป็นเหตุให้รถไฟของจำเลยชนรถยนต์โจทก์เสียหาย ต้องถือว่าเป็นการละเมิดในทางการที่จ้าง ซึ่งจำเลยผู้เป็นนายจ้างต้องรับผิดด้วย(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2506)
และยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497-2500/2520 ในคดีที่โจทก์และจำเลยต่างฟ้องซึ่งกันและกันโดยกล่าวอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งประมาทและให้รับผิดฐานละเมิดซึ่งจำเลยเรียกค่าเสียหายเพียง 800 บาทเศษนั้น เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยประมาทฝ่ายเดียวและให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นความประมาทของโจทก์ฝ่ายเดียวหรือเป็นความประมาทร่วมกันของจำเลยและโจทก์ เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3
ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 ส่วนที่ 5 ว่าด้วยความปราศจากภัยแห่งประชาชน มาตรา 72 บัญญัติว่า “เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้วางรางคู่กำกับเพื่อให้มีช่องพอครีบล้อรถผ่านไปมาได้กับให้ทำประตู หรือขึงโซ่ หรือทำราวกั้นขวางถนนหรือทางนั้น ๆ ตามเห็นสมควรแก่การ” พนักงานรถไฟคนใดละเลยไม่กระทำตามหน้าที่โดยประมาทมีความผิด
ดังนี้การรถไฟ จำเลยผู้ดำเนินกิจการรถไฟมีหน้าที่ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟผ่านถนนสายนั้นๆตรงที่เกิดเหตุเป็นที่ซึ่งถนนตัดกับทางรถไฟ จำเลยได้ทำเครื่องกั้นถนนไว้โดยใช้คนหมุนขึ้นลงปิดกั้นถนนขณะรถไฟแล่นผ่านแต่ขณะเกิดเหตุพนักงานของจำเลยละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ โดยไม่ปิดเครื่องกั้นถนน อันเป็นการฝ่าฝืนบทบังคับแห่งกฎหมายที่ประสงค์จะปกป้องอันตรายประชาชน เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์แล่นผ่านเข้าไปถูกรถไฟของจำเลยชนเกิดความเสียหายขึ้น ถือได้ว่าพนักงานของจำเลยประมาทเลินเล่อ เพราะฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดด้วย
จากแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวพอที่จะเทียบเคียงได้ว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าคนขับรถยนต์โดยสารหรือคนที่ดูแลรับผิดชอบตรงบริเวณจุดตัดที่เกิดเหตุมีส่วนประมาท คนขับรถยนต์โดยสาร รวมถึงคนดูแลบริเวณจุดตัดของรถไฟและนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดในส่วนแพ่งที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างเช่นเดียวกัน
ส่วนความรับผิดทางอาญานั้น ต้องทำการพิจารณาว่าคนขับรถไฟ กระทำการขับรถไฟโดยประมาทหรือไม่ จำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็วที่ขับรถไฟเป็นเช่นไร ระยะทางที่มองเห็นเพียงพอที่จะหยุดรถได้ทันหรือไม่ มีการให้สัญญาณเตือนเพื่อให้รถที่อยู่ในช่องทางเดินรถไฟได้รู้หรือไม่
ส่วนกรณีของคนขับรถยนต์โดยสารหากไม่ได้หยุดรถหรือไม่ได้จอดรถห่างจากระยะทางรถไฟ 5 เมตร ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และไปจอดคร่อมทางรถไฟจนเป็นเหตุให้ถูกรถไฟชนรถยนต์โดยสารจนมีผู้เสียชีวิต
ถ้าข้อเท็จจริงรับฟังได้เช่นว่านี้ทั้งคนขับรถไฟและคนขับรถยนต์โดยสารมีส่วนประมาทซึ่งถือว่าเป็นการประมาทร่วมอาจถูกดำเนินคดีในฐานความผิดร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาหลัก
นอกจากนี้พนักงานการรถไฟคนที่ดูแลตรงบริเวณจุดตัดที่เกิดเหตุอาจต้องรับผิดทางอาญาด้วยหากไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันก่อให้เกิดความเสียหาย
อนึ่ง หากปรากฏพยานหลักฐานอย่างชัดแจ้งว่าคนขับรถไฟได้มีการเสพสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่น ยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในการขับรถไฟ ย่อมมีความผิดตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 ส่วนกรณีคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาตขับขี่ย่อมมีความผิดตาม มาตรา 94 มาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ต้องรับโทษตามมาตรา 145 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 อีกต่างหาก
ขอให้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้ทำหน้าที่ขับขี่รถทุกประเภทและทุกคนจงเคารพในกฎจราจรและมีวินัยในการขับขี่รถอย่างเคร่งครัดจึงจะสามารถลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุในการใช้รถบนท้องถนน
ข่าวล่าสุด