สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ ในการดูแลอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เสียสละเวลาส่วนตัวช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จลุล่วง พร้อมสั่งการให้ยังคงต้องอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเทศกาลวันไหลในหลายพื้นที่ โดยใช้มาตรการเช่นเดียวกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในภาพรวมแล้ว ขอให้ทุกหน่วยได้ถอดบทเรียนการปฏิบัติสำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนปฏิบัติในช่วงเทศกาลสำคัญ
รวมทั้งให้ทุกหน่วยนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติ เช่น การใช้กล้อง CCTV, การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อตรวจตราสำรวจข้อมูลสภาพการจราจรในห้วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งได้มีการรายงานในช่องทางสื่อสารและมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเสริมในโอกาสต่อไป
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมประสงค์ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้ง 10 จังหวัด ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และ แม่ฮ่องสอน
พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามที่ พล.ต.อ.สำราญฯ สั่งการโดยเฉพาะในกรณีของการขับขี่ยานพาหนะโดยเสพของมึนเมาหรือดื่มสุรา ขอให้ดำเนินมาตรการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการกระทำผิดซ้ำ ขอให้นำผลการตรวจสอบใช้ประกอบในการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด
โดยความผิด “เมาแล้วขับ” มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำ (ภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทำความผิดครั้งแรก) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และโทษจะเพิ่มมากขึ้นหากเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ อันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย โดยโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ส่วนผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาเเล้วขับ และอาจเข้าข่ายมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีกด้วย
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกท้องที่พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาระหว่างทาง เช่น รถเสีย หรือขัดข้อง หากต้องการแจ้งอุบัติเหตุจราจร หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เพจ Facebook 1197 สายด่วนจราจร, เพจตำรวจทางหลวง หรือโทรสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง